*
เสินหวยเดินเข้ามา ฝีเท้าของเขาไม่หนักไม่เบา
ภายในห้องกว้างใหญ่ มีเพียงโคมไฟข้างหัวเตียงที่ยังเปิดอยู่ แสงสลัวนั้นพอให้เสินหวยมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
เสินหวยรู้ว่าหยุนอู้กลัวความมืด เวลานอนตอนกลางคืนเขาจึงไม่เคยปิดไฟทุกดวงในห้อง
เขาไม่ได้รีบร้อนไปหาหยุนอู้ แต่เดินไปหยุดข้างโต๊ะของเธอ ก่อนเอื้อมมือค้นหาบางอย่างในตู้
เขาค้นของอย่างไม่คิดปิดบัง ราวกับไม่กลัวเลยว่าหยุนอู้จะถูกเสียงรบกวนจนตื่น
เธอไม่มีทางตื่นขึ้นมาจริง ๆ เพราะฤทธิ์ยาจะอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้
ในที่สุด เสินหวยก็ค้นพบสิ่งที่ต้องการจากกองหนังสือ
“เจอแล้ว...”
น้ำเสียงของเขาเจือความยินดี ระหว่างนิ้วยาวเรียวงามคีบจดหมายรักสีชมพูฉบับหนึ่งไว้
เสินหวยไม่ได้เปิดซองดูข้อความข้างใน แต่ฉีกมันทิ้งทันที
เสียงกระดาษฉีกดังขึ้นในห้องอันเงียบสงัด เพียงไม่กี่ครั้ง จดหมายรักก็กลายเป็นเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เสินหวยจึงเผยรอยยิ้มพึงพอใจ เขาบรรจงขยำเศษกระดาษทั้งหมดเป็นก้อน แล้วเก็บใส่กระเป๋า
เพื่อไม่ให้เศษกระดาษร่วงหล่นจนหยุนอู้พบเข้าในวันพรุ่งนี้
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาจึงเดินไปนั่งลงข้างเตียงของหยุนอู้อย่างไม่รีบร้อน
ท่านอนของเธอไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ผ้าห่มเนื้อนุ่มมีเพียงมุมหนึ่งคลุมอยู่บนหน้าท้อง
แสงจากโคมข้างเตียงทอดลงบนใบหน้าเล็กงดงาม เส้นผมดำขลับแผ่สยายอยู่ตรงลำคอ สีผมเข้มตัดกับผิวขาวผ่องจนเห็นความแตกต่างชัดเจน
แววตาของเสินหวยลึกล้ำ ความขี้อายและอ่อนโยนในตอนกลางวันเลือนหายไป เหลือเพียงความดุดันราวสุนัขป่าที่ซุ่มรออยู่ในรัตติกาล
เขายื่นมือไปลูบแก้มเนียนนุ่มของหยุนอู้ นิ้วยาวขาวผ่องของเขาช่างเข้ากันกับแก้มขาวอมชมพูของเธอ
