*
ภายในห้องโดยสารมีธูปหอมกำลังส่งกลิ่น หน้าต่างไม้ทั้งสองฝั่งเปิดกว้าง เผยให้เห็นทิวทัศน์ทะเลสาบอันงดงามสงบตาอย่างชัดเจน
มีคนแจวเรือยืนอยู่ทั้งหัวเรือและท้ายเรือ เสียงพิณผีผาจากหอนางโลมไกล ๆ ดังแว่วมาให้ได้ยิน
บนโต๊ะตัวหนึ่งวางกาน้ำชาที่ชงไว้แล้วกับจานผลไม้ ทั้งสี่คนนั่งประจำอยู่คนละด้าน
“ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเจ้าชอบชิมชาที่สุด คราวนี้ข้ากลับมาจากค่ายทหาร เลยฝากคนนำชาดอกไม้ที่เหล่าผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงโปรดปรานมาให้...”
เจียงอินยิ้มพลางรินชาดอกไม้ลงในถ้วยตรงหน้าหยุนอู้ให้เกือบครึ่งถ้วย
ทว่ากลับได้รับสายตาคมกริบราวกับมีดจากหลินจิ้งอวิ๋น เขารีบกระแอมสองครั้งแล้ววางกาน้ำชาลง
กู้ซิงหรานนั่งเงียบอยู่ข้างกายหยุนอู้ คิ้วตาคมเข้มฉายแวววัยเยาว์ ทว่าริมฝีปากบางที่เม้มแน่นกับชุดสีดำสนิทกลับทำให้เขาดูสุขุมเกินวัย
“พูดถึงเรื่องนี้ คุณชายเจียงกับซิงหรานฝึกฝนอยู่ในค่ายทหารด้วยกัน น่าจะเคยพบกันหลายครั้งแล้วกระมัง”
หยุนอู้จิบชาดอกไม้พลางเอ่ยขึ้น นางหันไปมองกู้ซิงหรานที่เอาแต่นิ่งเงียบ ดูเหมือนเขาไม่เคยพูดถึงเรื่องในค่ายทหารให้ฟังเลย ไม่รู้ว่ามีสหายที่พูดคุยกันถูกคอหรือไม่
“คุณชายกู้มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การทหารหรือความสามารถในการขี่ม้ายิงธนู ก็เหนือกว่าคนอื่นมาก เขาแยกไปอยู่คนละหน่วยกับข้านานแล้ว ปกติจึงแทบไม่ได้พบกัน”
เจียงอินหัวเราะร่า แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบหันไปพูดกับกู้ซิงหราน
