*
“ชิวเหิง เป็นอะไรไปหรือ?”
หยุนอู้ถามด้วยความเป็นห่วง ชิวเหิงจึงได้สติ ใบหน้าสงบนิ่งเผยรอยยิ้มที่เจือความรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย
“ข้าแค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้น แต่ตอนนี้หายตกใจแล้ว”
ชิวเหิงถอนหายใจพลางเอ่ย เรื่องที่เผ่าสวรรค์กับเผ่าปีศาจแต่งงานกันนั้น นางไม่เคยได้ยินว่ามีมาก่อน ย่อมต้องมีคนไม่เห็นด้วยแน่
แต่เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เทพผู้สูงศักดิ์ฉีเหยียนต้องจัดการ หากบุรุษคนหนึ่งตั้งใจจะแต่งหญิงที่ตนรัก ต่อให้มีคนขัดขวางมากเพียงใดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
“แต่เจ้าต้องระวังดาวจวินไท่ไป๋ไว้สักหน่อย”
ชิวเหิงลดเสียงลงเล็กน้อย หยุนอู้เพิ่งมาอยู่ในวังสวรรค์ได้ไม่นาน ทั้งยังเป็นคนของเผ่าปีศาจ ย่อมไม่รู้เรื่องนี้
แต่นางอยู่ในวังสวรรค์มานาน ย่อมรู้ดีทุกอย่าง
“ดาวจวินไท่ไป๋อาศัยว่าตนรับตำแหน่งในวังสวรรค์มาหลายปี จึงทะนงตนและดูแคลนคนต่างเผ่าที่สุด ได้ยินว่าเมื่อ 300 ปีก่อน เขาคิดจะส่งหลิงอวิ๋น ลูกสาวคนโปรดของตนไปยังวังเสวียนซวง เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ของเทพผู้สูงศักดิ์ฉีเหยียน”
ชิวเหิงเล่าเรื่องที่มีแต่คนเก่าแก่ในวังสวรรค์เท่านั้นที่รู้ให้หยุนอู้ฟังอย่างละเอียด
“แต่เขาคงไม่ได้คิดแค่ให้เป็นศิษย์กับอาจารย์หรอก ผู้ใดในแดนสวรรค์บ้างไม่รู้ว่าเทพผู้สูงศักดิ์ฉีเหยียนเป็นเทพเพียงองค์เดียว ดาวจวินไท่ไป๋อยากให้ลูกสาวของตนได้เป็นเทวี!”
“แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
เสียงของหยุนอู้นุ่มนวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นก็ได้ยินชิวเหิงลดเสียงลงแล้วพูดต่อ
