.
กู้หวนจือใช้มือข้างหนึ่งโอบรัดเอวหยุนอู้ กดให้นางนั่งบนตัก ส่วนอีกมือประคองท้ายทอยแล้วจูบลึกซึ้ง
จนหยุนอู้ส่งเสียงครางอู้อี้อย่างไม่พอใจ กู้หวนจือจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์
หญิงสาวที่นั่งตะแคงอยู่บนตักเขามีใบหน้าแดงระเรื่อ หอบหายใจถี่ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำ
แววตาของกู้หวนจือลึกล้ำ เขาถามเสียงแหบพร่าว่า “ยังอยากกินปลาอยู่หรือไม่?”
“ไม่...ไม่แล้ว...” หยุนอู้รีบส่ายหน้า พลางหอบหายใจ “ไม่เอาแล้ว...”
หยุนอู้ถูกโอบกอดให้นั่งอยู่บนตัวเขา จึงขยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อย ใบหน้างามพริ้มเพราทั้งแก้มแดงระเรื่อชวนให้กู้หวนจืออยากจูบนางแรง ๆ อีกสักครั้ง
แต่เมื่อนึกได้ว่าหยุนอู้ยังไม่ได้กินมื้อเย็น เขาจึงข่มความปรารถนาในใจไว้ แล้วป้อนอาหารให้นางด้วยตัวเอง
กู้หวนจือหลงใหลความรู้สึกเช่นนี้ เขาชอบป้อนข้าวให้อาอู้ด้วยมือของตน แม้กระทั่งช่วยนางแต่งตัวและสวมรองเท้าถุงเท้าให้
“หลังเราแต่งงานกัน ให้ข้าช่วยอาอู้แต่งตัวทุกวัน ดีหรือไม่?”
หยุนอู้กินกับข้าวที่กู้หวนจือคีบมาให้อย่างสงบเสงี่ยม ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาขลาดเขลาแล้วถามว่า “ท่านจะแต่งข้าเป็นฮูหยินเอกหรือ?”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น”
กู้หวนจือตอบโดยไม่ลังเล เขายกมือขึ้นอย่างอ่อนโยน ปัดปอยผมข้างหูของหยุนอู้ไปทัดไว้ด้านหลัง ดวงตาเปี่ยมด้วยความปรารถนาครอบครอง
“ข้าจะไม่มีอนุภรรยา ต้องการเพียงเจ้า และเจ้าก็มีได้แค่ข้าคนเดียว”
“ถ้า...ถ้าอย่างนั้น วันแต่งงาน ข้าต้องสวมชุดมงคลกับมงกุฎหงส์นะ”
หยุนอู้เอ่ยเสียงเบา กู้หวนจือคีบอาหารอีกคำป้อนนาง รอยยิ้มชัดเจนในดวงตา
