*
หยุนอู้รู้สึกว่าชายสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนกำแพงสูงสามชั้น ยิ่งมีสายตาของคนรอบข้างจับจ้อง ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่คุ้นชิน
ซูจิ่งเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน ดวงตาคู่สวยของเขาจับจ้องหยุนอู้ไม่วางตา
หยุนอู้กลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นในใจ และก็เป็นอย่างที่คิด วินาทีต่อมาเธอได้ยินซูจิ่งเฉินพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“หยุนอู้ เราไม่เลิกกันได้ไหม—”
“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน!”
หยุนอู้รีบขัดจังหวะซูจิ่งเฉิน โชคดีที่เธอไหวตัวทัน เขาจึงยังไม่ได้พูดคำว่า “เลิกกัน” ออกมา ส่วนคนรอบข้างก็ได้ยินไม่ชัดนัก
ถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้เข้า เธอคงเรียนหนังสืออย่างสงบไม่ได้แน่
หยุนอู้ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง แล้วหันไปเอ่ยกับซืออวี้และจี้หมิงเซวียนด้วยสีหน้าขอโทษ
“ขอโทษนะคะคุณซือกับคุณจี้ พอดีฉันมีธุระนิดหน่อย ขอออกไปก่อน...”
พูดจบหยุนอู้ก็หันไปมองซูจิ่งเฉิน เห็นเขายืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่กับที่ สีหน้างุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์
หยุนอู้รีบอ้อมโต๊ะเข้าไปคว้าข้อมือเขาไว้ ก่อนลากออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งมาถึงระเบียงเล็ก ๆ อันเงียบสงบตรงส่วนลึกของทางเดิน หยุนอู้ถึงหยุดฝีเท้า
ที่นี่เงียบมาก แทบไม่มีใครเดินผ่าน พอหลุดพ้นจากสายตาคนเหล่านั้น หยุนอู้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอหันกลับมา ตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับเห็นซูจิ่งเฉินที่อยู่ด้านหลังเอาแต่จ้องมือที่ทั้งสองจับกันอยู่ ใบหูของเขาแดงเรื่อไปหมดแล้ว
