*
บางทีอาจเพราะง่วงนอนอยู่บ้าง หยุนอู้จับมือลั่วจิ่งฉือไว้ ก่อนจะผล็อยหลับสนิทไปโดยไม่รู้ตัว
ภายในห้องพักเงียบสงัด ทว่าลั่วจิ่งฉือยังไม่ได้หลับ เขาค่อย ๆ ลืมตาสีอำพันขึ้น จ้องมองหยุนอู้ที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มจนเห็นเพียงใบหน้า
เขาเฝ้าคิดถึงแก้มนวลขาวผ่องคู่นั้นมาตลอดทั้งวัน แต่ตอนนี้กลับยังไม่รีบร้อนขยับเข้าไปใกล้
อาหวูของเขามีพลังเวทสูงส่ง แม้จะมีนิสัยอย่างมนุษย์ธรรมดา แต่หากมีใครเข้าใกล้ตอนหลับสนิท นางก็ยังจับความเคลื่อนไหวได้
เขาไม่มีทางเสี่ยงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงไม่อาจอยู่ข้างกายนางอย่างสงบได้อีก ดูท่าจะต้องค่อยเป็นค่อยไป...
“อาจารย์”
ลั่วจิ่งฉือพึมพำเสียงต่ำ แล้วค่อย ๆ จับมือของหยุนอู้ขึ้นมาอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
เขาจ้องหยุนอู้ด้วยแววตาลึกล้ำ ก่อนจะยกหลังมือนางมาแตะริมฝีปาก จุมพิตแผ่วเบา แล้วแนบแก้มลงกับมือนั้นอย่างอดกลั้นและยับยั้งชั่งใจ
“อาหวู...”
เสียงของลั่วจิ่งฉือแผ่วเบาราวสายลมพัดผ่าน ทั้งยังสั่นน้อย ๆ
การเรียกชื่ออาจารย์อย่างสนิทสนมเกินฐานะกลับทำให้แววตาลึกลับของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดบังไม่มิด
เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณในร่างของหญิงสาวผู้อ่อนแอค่อย ๆ จางลง และนางหลับสนิทแล้ว
ลั่วจิ่งฉือจึงค่อยร่ายเวทเล็กน้อย แต่ก็ยังระมัดระวัง ไม่กล้าล่วงเกินเข้าใกล้นาง
เพราะหากขึ้นไปนอนข้างนางตรง ๆ เกรงว่านางจะรู้สึกตัว...
