ยามค่ำคืน หยุนอู้ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงหารู้ไม่ว่า กู้หวนจือได้เข้ามาในห้องนอนของนางอีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่สง่างามของกู้หวนจือยืนอยู่ข้างเตียง ดวงตาดำสนิทในความมืดเผยความรู้สึกอย่างไม่ปิดบัง
ครั้งนี้เขาไม่เพียงพอใจแค่จุมพิตริมฝีปากนุ่มละมุนของนางเท่านั้น ยังปรารถนาร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นของนางด้วย
เขาดับกำยานที่จุดไว้ข้างหัวเตียง ก่อนถอดเสื้อคลุมตัวนอกแล้วเปิดผ้าห่มสอดตัวเข้าไปนอนด้วย โดยไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยว่าหยุนอู้จะตื่นเพราะถูกรบกวน
ภายในผ้าห่มอบอวลไปด้วยกลิ่นกายของนาง กู้หวนจือสูดหายใจลึกเพื่อสัมผัสความหอมละมุนจากกายหญิง
หยุนอู้นอนหันหลังให้กู้หวนจือ เรือนผมดำขลับที่แผ่สยายอยู่บนแผ่นหลังทอดลงมาถึงต้นคอเขา ทำให้หัวใจคันยุบยิบ
กู้หวนจือยื่นมือจากด้านหลังโอบเอวบางคอดของนางไว้
“อาอู้ ให้สามีอยู่เป็นเพื่อนเจ้านอนด้วยดีหรือไม่?”
กู้หวนจือวางคางลงบนซอกคอของหยุนอู้พลางพึมพำกับตนเอง มือใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งกอดรัดเอวของนางไว้แน่น ส่วนอีกข้างกลับซุกซนลูบไล้ขึ้นไปตามเสื้อตัวในที่หลวมโพรก
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงส่งเสียงครางต่ำในลำคอแล้ววางมือลงบนเอวอีกครั้ง รุ่งเช้าตรู่ก่อนฟ้าสาง เขาสวมเสื้อคลุมตัวนอกแล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจากยังอาลัยอาวรณ์ จุมพิตริมฝีปากหอมหวานของนางอยู่นานกว่าจะยอมผละจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หยุนอู้ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกไม่สบายกายอย่างบอกไม่ถูกเช่นเดิม แต่กลับอธิบายไม่ออกว่าเป็นเพราะเหตุใด
ตอนฝูหลิงถืออ่างทองแดงใส่น้ำล้างหน้าเข้ามา ก็เห็นหยุนอู้นั่งเหม่ออยู่ข้างเตียง ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
ฝูหลิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนวางของในมือลงบนชั้นวาง
หยุนอู้หันไปมองฝูหลิง ใบหน้างามดุจดอกบัวของนางมีแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย นางยกมือขึ้นลูบท้อง เมื่อคืนเหมือนจะฝันร้ายที่น่ากลัวมาก
ในฝันนางมองอะไรไม่ชัด มีคนเข้ามาในห้องนอน แล้วนางก็รู้สึกว่ามีมือคู่หนึ่งโอบเอวจากด้านหลังแน่นหนา แค่คิดก็ชวนให้ขนลุกแล้ว
