*
หลังจากถูกฮ่องเต้เรียกเข้าเฝ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยังต้องติดตามพระองค์ไปตรวจเยี่ยมราษฎรอย่างลับ ๆ อีกด้วย ตอนหยุนอู้กลับถึงสำนักฮั่นหลิน ขาทั้งสองข้างยังรู้สึกอ่อนแรงอยู่เล็กน้อย
ตอนแรกที่อยู่ในตำหนัก นางตกใจจนเหงื่อเย็นซึมออกมา เพราะนางปลอมเป็นชาย หากฮ่องเต้จับได้ ผลที่ตามมาย่อมเกินจินตนาการ
นี่เป็นครั้งแรกที่หยุนอู้ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเซี่ยหลิง ก่อนหน้านี้ในวันสอบหน้าพระที่นั่ง นางเพียงมองเห็นรูปร่างราง ๆ อยู่ไกล ๆ หลังฉากกั้น
หยุนอู้กำลังจะเก็บหนังสือที่ยังคัดลอกไม่เสร็จ จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
“หยุนอู่ เมื่อครู่ฝ่าบาทเรียกเจ้าไปด้วยเรื่องใดหรือ?”
หยุนอู้ได้ยินเสียงคุ้นเคย จึงเงยหน้าขึ้นมอง
เป็นฟู่ฉู่หนานจริง ๆ
เขาสวมชุดขุนนางและสวมหมวกขุนนางเช่นเดียวกับนาง เพียงแต่ตัวสูงกว่า รูปร่างก็ดูแข็งแรงกำยำกว่า ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกขาว
ฟู่ฉู่หนานสอบขุนนางได้อันดับสอง จึงได้รับแต่งตั้งเป็นบรรณาธิการสำนักฮั่นหลิน และเข้ารับราชการในวังพร้อมกับนาง
“ฝ่าบาทรับสั่งให้ข้าติดตามไปตรวจเยี่ยมราษฎรอย่างลับ ๆ ในวันพรุ่งนี้...”
หยุนอู้ตอบเสียงเบา พลางขยับไปด้านข้างอย่างแนบเนียน เว้นระยะห่างจากฟู่ฉู่หนานเล็กน้อย เผื่อว่าเขาจะสังเกตเห็นอะไรเพราะอยู่ใกล้กันเกินไป
นางรู้จักฟู่ฉู่หนานตอนสอบหน้าพระที่นั่ง ครั้งนั้นเขาเป็นคุณชายจากตระกูลผู้ดี มีชื่อเสียงด้านความรู้ความสามารถไปทั่วเมืองหลวง
ตอนนั้นใคร ๆ ต่างคิดว่าฟู่ฉู่หนานจะคว้าอันดับหนึ่งไปครอง แต่กลับไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีม้ามืดอย่างนางโผล่มากลางทาง
