*
ราตรีเงียบสงัด แสงเทียนในตำหนักบรรทมของจักรพรรดิ ณ ส่วนลึกของพระราชวังหลวงไหววูบ
หญิงสาวผมยาวสยายรีบสวมเสื้อคลุมอย่างลวก ๆ แล้วเดินลัดเลาะไปทั่วตำหนักบรรทมอันกว้างใหญ่ บนไหล่ยังสะพายห่อผ้าใบเล็กที่ยัดของจนตุง
ตำหนักแห่งนี้กว้างขวางและซับซ้อน อีกทั้งนางยังหลับไปตลอดทั้งวัน ขาทั้งสองจึงยังอ่อนแรง เดินได้ไม่เร็วนัก
ขณะที่นางย่องผ่านมุมทางเดินเพื่อมองหาทางออกจากประตู จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“ขุนนางหยุนแอบย่องไปย่องมาเช่นนี้ จะไปที่ใดหรือ?”
ร่างบอบบางของหญิงสาวที่สะพายห่อผ้าไว้บนไหล่ชะงักแข็ง ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไป แน่นอนว่าสิ่งที่เห็นคือร่างในชุดสีเหลืองสว่าง
ชายผู้นั้นหล่อเหลาและเย็นชา แววตาที่มองมาดูคล้ายมีรอยยิ้มเจืออยู่หลายส่วน
“เรานึกว่าเมื่อคืนนี้...ขุนนางรักคงจะพักผ่อนให้ดีเสียอีก ไม่คิดเลยว่ายังมีเรี่ยวแรงกระปรี้กระเปร่า ดูท่า...”
ไม่รู้ว่านางนึกถึงอะไรขึ้นมา มือที่กำห่อผ้าใบเล็กพลันคลายออก ชายผ้าด้านหนึ่งร่วงลงมา เผยให้เห็นของตกแต่งเล็ก ๆ ที่ทำจากทองและเงินหล่นกระจายลงบนพื้น
ในนั้นยังมีเชิงตะเกียงทองคำและข้าวของอื่น ๆ ในตำหนักบรรทมด้วย
รอบข้างเงียบกริบไปชั่วขณะ รอยยิ้มในดวงตาของจักรพรรดิผู้มีสีหน้าเย็นชายิ่งเด่นชัดขึ้น
แก้มของหญิงสาวแดงก่ำ ราวกับตัดสินใจจะยอมแพ้แล้ว นางเอ่ยว่า
“เรื่องเมื่อวาน...ข้าเสียเปรียบมากนะ ถือเสียว่าฝ่าบาทชดเชยให้ข้าสักหน่อย แล้วข้าจะเอาไปไม่ได้หรือ?”
