*
แสงอรุณสาดสว่างเต็มฟ้า หยุนอู้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ยืดเส้นยืดสายตามความเคยชิน เมื่อนอนหลับสนิทมาตลอดคืน จึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
จังหวะนั้นเอง มีคนเคาะประตูห้องสองครั้ง
“ใต้เท้าตื่นหรือยังเจ้าคะ บ่าวขอเข้าไปนะเจ้าคะ”
หยุนอู้จำได้ว่าเป็นเสียงของชิวฉือ จึงรีบดึงม่านเตียงลงอย่างว่องไว
ชิวฉือผลักประตูเข้ามาหลังจากนั้น หยุนอู้ยังนั่งอยู่บนเตียงด้านในม่าน นางยังไม่ได้พันผ้ารัดอก เมื่อมีม่านกั้นอยู่ คนอื่นจึงมองไม่เห็นความผิดปกติ
ชิวฉือถือของใช้สำหรับล้างหน้าบ้วนปาก เดินตรงไปวางไว้บนโต๊ะโดยไม่เหลือบมองสิ่งใด
หยุนอู้เห็นนางหยิบขนมที่เหลืออยู่ครึ่งถุงบนโต๊ะเมื่อวานขึ้นมาด้วย นั่นเป็นของที่ฟู่ฉู่หนานมอบให้นาง
“ใต้เท้า ขนมนี้วางทิ้งไว้อาจมีแมลงขึ้น บ่าวจะนำไปทิ้งนะเจ้าคะ”
“ได้...”
หยุนอู้ยังอยากกินอยู่บ้าง แต่เมื่อชิวฉือพูดเช่นนี้ นางก็เห็นว่ามีเหตุผลอยู่หลายส่วน หากเรียกแมลงมาแล้วคงไม่ดีแน่
ไม่นานชิวฉือก็ถือขนมที่ฟู่ฉู่หนานมอบให้จากไป หยุนอู้จึงค่อยเปิดม่าน แล้วเริ่มพันผ้ารัดอก
ชิวฉือถือขนมครึ่งถุงไปส่งให้สาวใช้ที่ทำความสะอาดจวน จากนั้นกำชับว่า
“ใต้เท้าท่านนั้นไม่ชอบให้มีข้าวของที่คนอื่นมอบไว้ในจวน คราวหน้าก็รู้จักระวัง อย่าให้ใต้เท้าท่านนั้นเห็นอีก”
หยุนอู้กลับรู้สึกว่าวันนี้ผ้าขาวที่ใช้พันอกสัมผัสนุ่มกว่าเดิม หรือจะเป็นเพราะใช้มานานจนคิดไปเองกันนะ?
หยุนอู้ไม่มีเวลาคิดมาก วันนี้นางยังต้องเก็บของปลอมตัวออกไปตรวจเยี่ยมราษฎร จึงพันผ้าขาวอย่างเร่งรีบ ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างหน้า
