*
“ซิง... ซิงหราน?”
หยุนอู้คิดว่าตัวเองคงงัวเงียจนตาฝาด แต่เมื่อนางขยี้ตาแล้วมองอีกครั้ง ก็ยังเห็นกู้ซิงหรานพลิกตัวลงมานั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง
“อืม ข้าเอง...”
เสียงของกู้ซิงหรานแผ่วเบาเป็นพิเศษในห้องนอนอันเงียบสงัด เขากระโดดลงจากขอบหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะปิดหน้าต่างไม้ตามสบาย
“ชู่ว...”
บนใบหน้าเขาไม่มีเค้าความกระอักกระอ่วนหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อยที่หยุนอู้จับได้ว่าเขาปีนหน้าต่างเข้ามา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร—”
หยุนอู้ยังพูดไม่ทันจบ กู้ซิงหรานก็โอบเอวนางไว้เสียแล้ว เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ใช้สองแขนกอดนางไว้ราวกับต้องการพึ่งพิง
“ข้านึกถึงเรื่องตอนเด็ก ๆ เลยนอนไม่หลับ อยากพบเจ้ามาก”
เสียงของกู้ซิงหรานอู้อี้เล็กน้อย เขาเอียงแก้มแนบเอวหยุนอู้ ดวงตาดำสนิทลึกล้ำมืดหม่น
หยุนอู้สวมเพียงชุดนอนสีแอปริคอต เอวคอดบาง กู้ซิงหรานรู้สึกว่าใช้แขนข้างเดียวก็โอบรอบเอวนางได้มิด
เมื่อได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายนาง ความยึดติดและหม่นเศร้าในใจก็ดูจะจางลงไปหลายส่วน
หยุนอู้จึงได้แต่ลูบศีรษะกู้ซิงหรานเพื่อปลอบโยน จากนั้นก็ขยับเอวอย่างไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
ฝ่ามือเรียวยาวแข็งแรงของกู้ซิงหรานยังวางอยู่ตรงเอวนาง บางทีอาจเพราะตอนนี้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กชายเงียบขรึมที่เอาแต่ก้มหน้าในวันวานอีกต่อไป
