*
“เรื่องนี้... แน่นอนว่าทำไม่ได้อยู่แล้ว”
หยุนอู้เอ่ยพลางแก้มแดงระเรื่อ นางเช็ดหยาดน้ำตาที่หางตาแล้วสูดจมูก ก่อนจะพูดต่อว่า
“โตป่านนี้แล้ว เหตุใดยังกลัวนอนคนเดียวอีกเล่า?”
“ข้าแค่... ไม่ได้พบหน้าเจ้านานเกินไป”
กู้ซิงหรานหลุบตาลง น้ำเสียงเจือความหม่นหมองอยู่หลายส่วน เขาเอียงศีรษะถูไถฝ่ามือของหยุนอู้ ดวงตาดำสนิทจับจ้องนาง
หยุนอู้เพียงรู้สึกคันยุบยิบที่กลางฝ่ามือ ไม่ทันสังเกตท่าทางที่กู้ซิงหรานกุมมือนางไว้อย่างออดอ้อนแต่ก็อดกลั้น
นางคิดว่าทุกครั้งที่กู้ซิงหรานไปค่ายทหาร เขาต้องอยู่หลายวันกว่าจะกลับมาสักครั้ง ดูท่าคงน่าสงสารอยู่จริง ๆ
“ถ้าเช่นนั้น... พรุ่งนี้ข้าจะไปล่องเรือชมทะเลสาบ เจ้าไปด้วยกันไหม?”
“ได้”
กู้ซิงหรานรับคำอย่างรวดเร็ว หยุนอู้ชักมือกลับ พลางคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องยกเลิกแผนไปเมาท์มอยเรื่องซุบซิบทั่วเมืองผิงโจวกับสหายสาวเสียแล้ว
ในตอนนั้นเอง ไฉ่เวยเคาะประตูสองครั้งแล้วเดินเข้ามา
“คุณหนู คุณหนูหลินมาเจ้าค่ะ”
คุณหนูหลินคือสหายสาวที่หยุนอู้รู้จักมาตั้งแต่เด็ก เป็นบุตรสาวของบัณฑิตหลินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นางชื่อหลินจิ้งอวิ๋น
บัณฑิตหลินที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามเป็นบัณฑิตเฒ่า ผ่านความยากลำบากมาหลายครั้งกว่าจะสอบได้ตำแหน่งบัณฑิต โชคดีที่ครอบครัวทำการค้าจึงมีฐานะอยู่บ้าง
เมื่อหยุนอู้เดินเข้าไปในโถงใหญ่ ก็เห็นหลินจิ้งอวิ๋นนั่งรออยู่ด้านใน