*
“แม่นางหยุนผู้นี้ถูกพ่อค้าผู้มั่งคั่งในอำเภอชิงหมายตา จึงส่งบ่าวรับใช้มาหมายฉุดนางกลับไปที่จวน นางหนีขึ้นเขามาพอดี แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจากพระพุทธบุตรขอรับ”
ไป๋อวี่อธิบายอยู่ข้าง ๆ เย่ยวี่ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก
ตกใจแทบตาย...
ลูกประคำห้อยอยู่บนมือของฉู่หวูซวี่ เขาหันไปมองหยุนอู้ ดวงตางดงามคู่นั้นยากจะอ่านออกว่ากำลังรู้สึกเช่นไร
“ห้องครัวกับหอพระอยู่ด้านหลัง เชิญแม่นางตามสบาย”
กล่าวจบ เขาประนมมือค้อมศีรษะให้หยุนอู้ จากนั้นก็คลึงลูกประคำแล้วหันกลับไปยังกุฏิของตน
หยุนอู้เข้าพักในกุฏิข้างห้องที่ฉู่หวูซวี่อาศัยอยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้อยู่ในบ้านของมนุษย์อย่างจริงจัง จึงอดสงสัยใคร่รู้ไม่ได้
แต่เพื่อสร้างภาพลักษณ์น่าสงสาร เสื้อผ้ากับใบหน้าของนางจึงยังสกปรกมอมแมม
วิชาอาคมของหยุนอู้ไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่ก็พอใช้ได้ นางยกมือแล้วหมุนตัว เสื้อผ้าสีเรียบที่สวมอยู่ก็เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา
ใบหน้าที่เคยมอมแมมก็กลับมาสะอาดหมดจด เส้นผมดำขลับไม่ได้ประดับสิ่งใดมากมาย มีเพียงปิ่นไม้ปักอยู่เท่านั้น
ไม่นานนัก ไป๋อวี่ก็ถืออาหารเจมาหยุดหน้ากุฏิฝั่งตะวันออก เขาว่างมือข้างหนึ่งแล้วเคาะประตูพลางเอ่ยว่า
“แม่นางหยุน...”
วินาทีถัดมา ประตูกุฏิก็เปิดออก ไป๋อวี่เห็นใบหน้าของหยุนอู้แล้วก็หน้าแดง พลางถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างอดไม่ได้
