*
“นี่ เจ้า จงเชื่อฟังแล้วกลับไปกับข้าเสียดี ๆ”
ป๋อเหยียนถิงพูดพลางคว้าต้นแขนเถียนเถียนเอาไว้ เถียนเถียนเริ่มดิ้นรนขัดขืนอย่างมีจริต แก้มยังคงแดงระเรื่อ
“คุณชายป๋อ ปล่อยข้านะ เมื่อวาน…เป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น”
หยุนอู้รู้สึกว่าข้อมูลที่ได้รับช่างมากมายเหลือเกิน จึงยืนนิ่งมองป๋อเหยียนถิงกับเถียนเถียนพูดจาวกวนกันไปมา ก่อนกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนว่า
“คุณชายป๋อ หากพวกท่านมีเรื่องบาดหมางกัน ก็ออกไปจัดการข้างนอกเถิดเจ้าค่ะ จะรบกวนคุณชายลู่พักผ่อน”
เสียงหวานนุ่มที่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้น มือที่ป๋อเหยียนถิงใช้จับต้นแขนเถียนเถียนชะงักไป เขาหันมา จึงเพิ่งสังเกตเห็นหยุนอู้
เมื่อมองหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวผ่องที่ยืนเรียบร้อยอยู่ตรงหน้า ป๋อเหยียนถิงก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือจากต้นแขนเถียนเถียน
แก้มของเถียนเถียนแดงก่ำ ท่าทางกระอักกระอ่วนเมื่อครู่พลันกลับเป็นปกติ
นางดูเหมือนจะโล่งอก แต่ก็เหลือบมองหยุนอู้ด้วยสายตาตื่นตระหนกและกระดากอาย ราวกับกลัวคนนอกจะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับป๋อเหยียนถิง
หยุนอู้มองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าเล็กจ้อยงดงามฉายแววจริงจัง นางแสร้งทำราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
“เจ้า…คือผู้หญิงที่อยู่ข้างลู่หวังเมื่อคืนนี้หรือ?”
ป๋อเหยียนถิงเหมือนจะนึกออก พอพูดถึงลู่หวัง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางยกมือคลำไหล่
เมื่อวานลู่หวังฟาดไม้ใส่จนไหล่เขายังปวดตุบ ๆ มาจนถึงตอนนี้ ชิ ช่างน่าโมโหจริง ๆ
“คุณชายป๋อ”
หยุนอู้ก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อทักทาย แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างแนบเนียน
เพราะเรื่องเมื่อคืน นางยังคงระแวดระวังป๋อเหยียนถิง รู้สึกว่าหากเข้าใกล้เขา คงไม่มีเรื่องดีเกิดขึ้นแน่
