*
ในวังหลังของฮ่องเต้มีฮองเฮาเพียงพระองค์เดียว นั่นก็คือพระมารดาของหยุนอู้ ทว่าหลังจากหยุนอู้ประสูติได้ไม่นาน พระนางก็สิ้นพระชนม์จากไป
ฮ่องเต้ไม่เคยแต่งตั้งใครขึ้นมาแทนอีกเลย ดังนั้นพระองค์จึงมีพระธิดาเพียงหยุนอู้คนเดียว
ผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องพระโรงต่างมองออกว่า ฮ่องเต้ทรงรักและเอ็นดูองค์หญิงน้อยพระองค์นี้มาก
“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดอยากเข้าเฝ้าองค์หญิงมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสียที วันนี้ในที่สุดก็ได้พบ องค์หญิงน่าจะมีพระชนมายุไล่เลี่ยกับบุตรชายกระหม่อมกระมังพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นอ๋องกล่าวพลางยิ้ม ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายเขาคือบุตรชาย นามว่าเซียวเช่อ
ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในราชสำนักยามนี้ย่อมเป็นจิ้นอ๋อง เขาเป็นอ๋องต่างแซ่เพียงคนเดียว วันนี้จึงพาซื่อจื่อเซียวเช่อมาร่วมงานเลี้ยงด้วย
“ใช่แล้ว อาอู้ก็ถึงวัยที่ควรหมั้นหมายแล้ว เราจำได้ว่าบุตรชายของท่านอายุมากกว่าอาอู้ไม่กี่เดือน”
ฮ่องเต้แย้มพระสรวลบาง ๆ จิ้นอ๋องหันไปมองเซียวเช่อ ก่อนส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้เขาทำตาม
“ยังไม่รีบลุกขึ้นถวายคำนับองค์หญิงอีกหรือ?”
เซียวเช่อเป็นซื่อจื่อแห่งจวนจิ้นอ๋อง แม้ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ด้วยฐานะนี้ ในเมืองหลวงเขาก็เป็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น จิ้นอ๋องผู้เป็นบิดาของเขา แม้จะเป็นขุนนางผู้กุมอำนาจ ทว่าหลายปีก่อนก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องต่างแซ่เพราะสร้างความดีความชอบในสนามรบ ช่วงสองปีมานี้จึงกำลังรุ่งโรจน์อย่างยิ่ง
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เซียวเช่อเข้าวังมาร่วมงานเลี้ยง พูดตามตรง เขาไม่ได้สนใจงานนี้นัก
