*
ค่ำคืนนั้น หลังจากหยุนอู้กลับเข้าห้องนอน ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากซ่งอวี่ไป๋
“ฮัลโหล...”
“เมื่อกี้ฉันได้ยินเยี่ยนอันเล่าเรื่องที่บ้านของพวกเธอแล้ว”
หยุนอู้เพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียงเย็นใสของซ่งอวี่ไป๋ดังมาจากปลายสาย
“พี่หนานหนานกลับมาแล้ว พ่อกับแม่ดีใจกันมากเลยค่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มเจือรอยยิ้มจากอีกฝั่ง ซ่งอวี่ไป๋จึงค่อยวางใจ
เขาไม่ได้ถามว่าหยุนอู้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะแค่ฟังก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้ถูกทำให้เสียใจ แถมอารมณ์ยังดีไม่น้อย
หยุนอู้ไม่รู้เลยว่า ซ่งอวี่ไป๋เข้าใจเธอยิ่งกว่าพี่ชายแท้ ๆ อย่างหยุนเยี่ยนอันเสียอีก
มื้อเย็นวันนั้น อาหารบางอย่างทำตามรสที่ซูอวิ้นชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งตั้งใจทำให้หยุนอู้โดยเฉพาะ ล้วนเป็นเมนูโปรดของเธอทั้งนั้น
หยุนอู้นั่งข้างซูอวิ้นเหมือนเดิม เธอเป็นคนนิสัยดี แถมพูดคุยสนุกด้วย
พ่อหยุนกับแม่หยุนไม่ได้ละเลยหยุนอู้เพียงเพราะมีซูอวิ้นอยู่ ทุกอย่างยังคงเหมือนตอนที่เธออยู่บ้านเมื่อก่อน
“อีกสักพักฉันจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอ—”
“เสี่ยวอู้!”
ซ่งอวี่ไป๋พูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ถูกขัดจังหวะ เสียงแม่หยุนดังมาจากทางหยุนอู้ เห็นทีท่านคงมาส่งของว่างยามดึกให้เธอ
หยุนอู้จึงได้แต่กล่าวลาเขาสองสามคำก่อนวางสาย
ซ่งอวี่ไป๋ไม่ได้ไม่พอใจ เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม แสงในห้องสลัว มีเพียงแสงจากโคมบนโต๊ะที่ส่องให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและเย็นชาของเขา
เขานึกถึงคำพูดของพ่อ หากอยากมีอำนาจตัดสินใจเป็นเจ้าบ้านเร็วขึ้น ก็ต้องเรียนรู้การจัดการเรื่องในบริษัทให้เร็วที่สุด
