*
หยุนอู้กับเย่เสี่ยวหว่านอยู่หอพักห้องเดียวกัน นอกจากพวกเธอสองคนแล้ว ยังมีนักศึกษาต่างคณะอีกสองคน นิสัยเข้ากันง่ายทั้งคู่ เพิ่งเปิดเทอมได้สองวันก็สนิทสนมกันแล้ว
“ที่แท้รุ่นพี่ซ่งที่ช่วยเธอยกสัมภาระวันเปิดเทอม ก็คือเพื่อนชายที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กนี่เอง”
เย่เสี่ยวหว่านพูดพลางแปะแผ่นมาสก์หน้าอยู่ สีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ส่วนสาว ๆ อีกสองคนในห้องก็หันมามองพร้อมกัน
“เขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายฉัน แล้วก็บังเอิญอยู่บ้านข้าง ๆ กันพอดี”
หยุนอู้หันไปตอบ ก่อนหน้านี้เย่เสี่ยวหว่านถาม เธอจึงบอกไปว่ารู้จักกันมาหลายปีแล้ว
“รุ่นพี่ซ่งอวี่ไป๋เป็นคนดังที่สุดในคณะแพทย์ของพวกเราเลยนะ ไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่ยังมีพรสวรรค์สูงมาก เวลาอาจารย์สอนก็ยกเขาเป็นตัวอย่างด้านดีตลอด”
เหลียงเยี่ยน นักศึกษาคณะแพทย์พูดเกินจริงไปบ้าง แต่สิ่งที่เธอพูดก็เป็นเรื่องจริง
“ฉันชอบพล็อตแบบนี้ที่สุดเลย! พวกเธอสองคนคบกันเลยได้ไหม?”
เจิงเฉี่ยวเฉี่ยว นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ รีบร้อนปีนลงจากเตียงมาพูด ทุกคนในหอรู้กันหมดว่าเธอชอบอ่านนิยาย
แถมยังชอบพล็อตแบบนี้เป็นพิเศษด้วย
“คะ...คบกันเหรอ?”
เด็กสาวหน้าตาน่ารักอ่อนหวานสะดุ้งจนมือสั่น โทรศัพท์ที่ถืออยู่แทบหลุดมือ
หน้าจอยังค้างอยู่ที่ห้องแชตกับซ่งอวี่ไป๋
ซ่งอวี่ไป๋บอกว่าอีกสองสามวันจะพาเธอออกไปเดินเล่น จะได้คุ้นเคยกับเมืองซีมากขึ้น
“ใช่สิ ฉันได้ยินมาว่ารุ่นพี่ซ่งไม่เคยรับไมตรีจากผู้หญิงคนไหนเลย บางทีอาจจะเป็นเพราะ...ฮิ ๆ”
เหลียงเยี่ยนยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนยื่นมือไปสะกิดแขนหยุนอู้อย่างแผ่วเบาเป็นนัย
หยุนอู้นิสัยอ่อนโยนที่สุด และทนคำแซวแบบนี้ไม่ไหว แก้มขาวเนียนจึงแดงเรื่อขึ้นมาทันที
เธออึกอักลุกขึ้นยืน บอกว่าจะไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วรีบหนีออกไปทันทีราวกับเผ่นหนี
