*
สายตาของหยุนอู้ทอดลงบนหลังมือที่ประสานกำหมัดคารวะของเขา
นิ้วมือของเขาแดงบวมเพราะความหนาว เสื้อบุนวมที่สวมอยู่ก็ดูเก่า แม้จะเห็นชัดว่ากันหนาวได้ไม่ดีนัก แต่เขากลับไม่แสดงท่าทีว่าใส่ใจเลยสักนิด
อากาศหนาวจัดขนาดนี้ หิมะเพิ่งหยุดตก นางเองก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เซี่ยหรงจิ่งยืนอยู่ตรงนั้นมานานเท่าไร
เขาไม่รู้สึกหนาวบ้างหรือไงนะ?
หยุนอู้เบือนสายตาหนีอย่างเก้อเขิน เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วแค่นเสียงอย่างเอาแต่ใจ
“แต่เช้าเชียว เจ้ามายืนหน้าห้องนอนข้าทำไม?”
ใต้ชายคามีเด็กสาวตัวน้อยราวกับก้อนแป้งนุ่ม ๆ ยืนอยู่ เสียงของนางอ่อนหวานนุ่มนวลนัก
“คุณหนูลืมแล้วหรือเจ้าคะ? เขาเป็นคนอ่านหนังสือเป็นเพื่อนคุณหนู วันนี้คุณหนูต้องไปเรียน เขาย่อมต้องรอคุณหนูตื่นแล้วไปพร้อมกันเจ้าค่ะ”
ชุนซิ่งเอ่ยเตือนอยู่ข้าง ๆ หยุนอู้ยกมือแตะปลายจมูกที่เย็นเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียง “อ้อ” อย่างกระอักกระอ่วน
จริงด้วย เซี่ยหรงจิ่งเป็นบ่าวในเรือนของนาง ทั้งยังเป็นคนอ่านหนังสือเป็นเพื่อนนางด้วย
แถมเมื่อไม่กี่วันก่อน นางยังเป็นคนพาเขากลับจวนมาด้วยตัวเอง
อืม นางนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นออกแล้ว—
ตอนนั้นนางเพิ่งปักปิ่นได้ไม่นาน ท่านพ่อจึงไม่ได้เข้มงวดกับนางเหมือนเมื่อก่อน
นางเลยนั่งรถม้าแอบออกไปเที่ยวกับชุนซิ่ง เพราะสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองหลวง นอกจากแหล่งเริงรมย์แล้ว นางก็ไปมาหมดแทบทุกแห่ง
แต่วันนั้นรถม้ากลับผ่านตลาดค้าทาส หยุนอู้ไม่เคยไปมาก่อน จึงพาชุนซิ่งเข้าไปดูให้เห็นกับตา
