*
หยุนอู้เดินไปยังประตูจวน พลางนึกย้อนถึงตอนที่ได้พบเซี่ยหรงจิ่ง
ไม่นานนางก็มาถึงหน้าประตูจวน ชุนซิ่งกับเซี่ยหรงจิ่งเดินตามหลังนางมาติด ๆ
รถม้าจอดรออยู่หน้าจวนแล้ว นางเดินเข้าไปหาอย่างเนือย ๆ
ไม่อยากไปเรียนเลยจริง ๆ แต่ท่านพ่อไม่ยอมให้นางออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ช่วงต้นฤดูหนาวหิมะตกหนัก โรงเรียนจึงหยุดไปพักหนึ่ง
ตอนนี้อากาศดีขึ้นเล็กน้อย นางก็ต้องกลับไปเรียนหนังสืออีกแล้ว เฮ้อ...
แต่ว่า! ตอนนี้นางปักปิ่นแล้ว พอผ่านฤดูหนาวนี้ไปถึงปีหน้า นางก็ไม่ต้องไปเรียนอีก!
หยุนอู้คิดเช่นนั้น พลางทำใจเตรียมขึ้นรถม้า ทว่ากลับพบว่าวันนี้คนขับรถม้าลืมเตรียมม้านั่งสำหรับให้นางเหยียบขึ้นไป
ชุนซิ่งกำลังจะไปหยิบมาให้ แต่เซี่ยหรงจิ่งที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้างกลับก้าวออกมาเสียก่อน
เขาตรงไปที่ข้างรถม้า ก่อนจะก้มลงคุกเข่าหมอบกับพื้น ใช้ข้อศอกยันไว้ แผ่นหลังกว้างของเขาจึงกลายเป็นพื้นราบให้เหยียบขึ้นไปได้
“คุณหนู เหยียบหลังบ่าวขึ้นรถเถิด”
สีหน้าของชุนซิ่งกับคนขับรถม้ายังคงเป็นปกติ ไม่มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย
เพราะในจวนของผู้มั่งคั่ง เรื่องที่ให้บ่าวรับใช้เป็นม้านั่งให้เหยียบขึ้นลงรถม้านั้นพบเห็นได้เป็นปกติ
ทว่าบนใบหน้าหมดจดของหยุนอู้กลับมีแววชะงักงันเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันมองเซี่ยหรงจิ่งที่หมอบนิ่งอยู่บนพื้น
“คุณหนู รีบขึ้นรถเถิด มิฉะนั้นจะสายเอา”
ชุนซิ่งเอ่ยเสียงเบาอยู่ข้าง ๆ หยุนอู้จึงจำต้องรวบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกที่สวมอยู่ แล้วค่อย ๆ เหยียบลงบนแผ่นหลังของเซี่ยหรงจิ่ง
ในชั่วขณะนั้น อารมณ์อันคลุมเครือก็วาบผ่านใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตาของเซี่ยหรงจิ่ง
อา... คุณหนู... ชอบเหลือเกิน...
ดวงตาที่หลุบต่ำของเขาเต็มไปด้วยความยินดี
หยุนอู้ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็เข้าไปนั่งเรียบร้อย จากนั้นเซี่ยหรงจิ่งจึงลุกขึ้นจากพื้น แล้วนั่งเงียบ ๆ บนคานข้างรถม้า
