*
หลังจากตาบอด หยุนอู้ก็มีความบันเทิงน้อยลงไปมาก แต่ครั้งนี้ที่มาจิงซื่อก็เตรียมตัวมาผ่าตัดรักษาสายตา
เดิมทีเธอประสบอุบัติเหตุจนศีรษะกระแทก เส้นประสาทถูกกดทับจึงตาบอดกะทันหัน พอร่างกายฟื้นตัวแล้ว แค่ผ่าตัดเล็ก ๆ ก็จะกลับมามองเห็นได้
แม้จะยังมองไม่เห็น แต่หยุนอู้ก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อ ในห้องนอนมีโทรทัศน์จอใหญ่ เธอเปิดดูละครหรือหนังได้ แค่ฟังเสียงก็จินตนาการภาพในหัวได้แล้ว
เธอเอนกายพิงโซฟานุ่มสบาย เปิดละครดู ไม่สิ พูดให้ถูกคือเปิดละครวิทยุฟัง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดพระเอกกับนางเอกก็คลี่คลายความเข้าใจผิดและกลับมาคบกันอีกครั้ง
หยุนอู้ฟังจนเริ่มง่วง จึงหาวอย่างเกียจคร้าน ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงประตูเปิด
“ผมเอง...”
เสียงคุ้นเคยของจี้เยี่ยนดังขึ้น ขณะเดียวกันหูอีกข้างก็ได้ยินเสียงพระเอกกับนางเอกสารภาพรักกันจากละคร
หยุนอู้นั่งขดตัวบนโซฟา กอดหมอนเหม่อลอยอยู่ ไม่นานก็รู้สึกได้ว่าที่นั่งว่างข้างกายยุบลง
“กำลังคิดอะไรอยู่?”
เสียงทุ้มต่ำของจี้เยี่ยนดังอยู่ข้างหู กลิ่นสบู่อาบน้ำหอมสะอาดสดชื่นจากตัวชายหนุ่มลอยมาแตะจมูก
“ฉันกำลังคิดถึงเรื่องในละครนี่...”
หยุนอู้ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ
รูปร่างของเธอบอบบาง โครงกระดูกเล็ก จี้เยี่ยนจึงอุ้มเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างง่ายดาย
แม้หยุนอู้จะมองไม่เห็น แต่ประสาทสัมผัสด้านอื่นกลับไวมาก เมื่อครู่เธอเผลอวางมือลงบนไหล่ของจี้เยี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว แล้ววินาทีถัดมาก็รีบชักมือกลับ
แก้มขาวผ่องของเธอแดงเรื่อ ทำได้เพียงอาศัยสัมผัสจากลมหายใจเพื่อระบุว่าจี้เยี่ยนอยู่ทางไหน
