โม่หลินเยวียนเดินมาหยุดหน้าห้องขัง เหลือบมองเสวี่ยเจี้ยนที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนวางไหลงอย่างเงียบเชียบ ร่างเล็กจ้อยเบียดผ่านช่องว่างระหว่างซี่กรงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เสวี่ยเจี้ยนก็ลืมตาขึ้น
พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็เผยแววฉงนออกมาก่อนจะนึกขึ้นได้ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “โม่หลินเยวียน? ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นแบบนี้?”
โม่หลินเยวียนส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร เวลาเหลือไม่มาก ข้าจะพูดให้สั้น”
“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหลินหน่วนบนตัวเจ้า เจ้าและนางทำพันธสัญญากันแล้วหรือ?”
โม่หลินเยวียนมีพรสวรรค์ในการสื่อจิต จึงสัมผัสกลิ่นอายของพันธสัญญาชั่วคราวได้ เสวี่ยเจี้ยนไม่แปลกใจ เขาพยักหน้า
โม่หลินเยวียนยัดขวดยาใบเล็กใส่มือเสวี่ยเจี้ยน “นี่คือยาที่ช่วยกระตุ้นศักยภาพในช่วงเวลาสั้น ๆ และเพิ่มพลังต่อสู้ เก็บไว้ให้ดี”
เสวี่ยเจี้ยนเก็บยาไว้อย่างแนบเนียน
โม่หลินเยวียนสัมผัสกลิ่นอายของอักขระผนึกที่สลักอยู่ในห้องขัง ใบหน้าแก้มยุ้ยฉายแววครุ่นคิด ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะแอบแก้อักขระผนึกของห้องขังนี้ พอแก้แล้ว มันจะไม่กดพรสวรรค์ของเจ้าอีก เมื่อฟื้นตัวแล้วก็ไปช่วยนางเถอะ”
“พอฟ้าสาง ข้าจะพาเผ่าแมวเซอร์วัลออกจากหุบเขาดำก่อน”
“หลังจากพวกเราไปแล้ว เจ้าก็ค่อยลงมือได้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า “ฝากขอบคุณนางแทนข้าด้วย ตอนที่ข้าไม่อยู่ นางช่วยเผ่าแมวเซอร์วัลไว้ ข้าติดค้างน้ำใจนาง”
ดวงตาสีแดงคล้ำของเสวี่ยเจี้ยนดูยิ่งลึกล้ำในความมืด “ข้าว่านางอาจไม่ต้องการคำขอบคุณจากเจ้า แต่ข้าจะบอกนางให้”
โม่หลินเยวียนมองเสวี่ยเจี้ยนเป็นครั้งสุดท้ายอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เขาก้าวสั้น ๆ ไปหยิบมีดกระดูกที่ซ่อนไว้ในไห แล้วเริ่มแก้อักขระผนึกในห้องขัง
