ในฐานะคนยุคใหม่ หลินหน่วนให้ความสำคัญกับการเอาตัวรอดและหน้าที่การงานเป็นอันดับหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
การเป็นหมอผู้วิเศษหมายความว่านางจะได้รับการเลี้ยงดูจากทั้งเผ่า
ไม่เพียงแต่จะมีแหล่งอาหารที่มั่นคง ได้รับความเคารพนับถือ ยังได้ใช้ความสามารถเฉพาะทางของตนเองอีกด้วย
ใช้ฝีมือสร้างงานมั่นคงให้ตัวเองไปตลอดชีวิต นี่ไม่ใช่เรื่องดีที่สุดหรอกหรือ?
นางไม่เคยคิดถึงเรื่องการผูกสัมพันธ์คู่ หรือสามีอะไรพวกนั้นเลย
เมื่อเห็นหลินหน่วนนิ่งอึ้ง หัวหน้าเผ่าก็คิดว่านางกำลังลังเล จึงรีบเกลี้ยกล่อมว่า "เจ้าทำยารักษาโรคเป็น ก็ช่วยเผ่าแมวเซอร์วัลของเราได้มากโขแล้ว ส่วนเรื่องการสืบทอดเป็นหมอผู้วิเศษ ข้าว่าเจ้าควรคิดดูอีกที"
หัวหน้าเผ่ามองด้วยแววตาเป็นห่วง "เจ้าเป็นเพศเมีย ข้าเฝ้ามองเจ้าเติบโตมาตั้งแต่เล็ก สามีกับแม่ของเจ้าก็ไม่อยู่แล้ว อยู่ตัวคนเดียวอย่างเดียวดาย หากไม่มีครอบครัว เจ้าจะอ้างว้างเพียงใด"
"ข้าจะให้เพศเมียตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้าแบกรับทุกสิ่งเพียงลำพังเพื่อความเจริญของเผ่าแมวเซอร์วัลไม่ได้"
หลินหน่วนเห็นแววตาห่วงใยของนาง ก็เผยรอยยิ้มจริงใจ "ท่านหัวหน้า ข้าคิดดีแล้ว ข้ามีพลังให้กำเนิดบกพร่อง อย่างไรก็ไม่คิดผูกสัมพันธ์คู่ การเป็นหมอผู้วิเศษคือทางเลือกที่ดีที่สุดของข้าแล้ว"
หัวหน้าเผ่าก็รู้ว่านางมีพลังให้กำเนิดบกพร่อง แต่ในความเชื่อฝังหัวของเพศเมียในโลกอสูร เพศเมียเกิดมาเพื่อผูกสัมพันธ์คู่ มีลูกอสูร และใช้ชีวิตโดยมีสามีเป็นผู้เลี้ยงดู
พวกมนุษย์อสูรสร้างครอบครัวโดยมีเมียเป็นศูนย์กลาง ต่อให้มีสามีแค่หนึ่งหรือสอง ชีวิตของหลินหน่วนก็จะดีขึ้นมาก ถึงจะไม่มีลูกอสูร ชายหญิงอยู่ด้วยกันก็ยังเป็นเพื่อนได้
หัวหน้าเผ่าถอนหายใจ "เฮ้อ!" ก่อนจะรีบเอ่ยว่า "ไม่สู้ทำอย่างนี้ ข้าจะประกาศออกไปว่าเจ้าเป็นศิษย์ของหมอผู้วิเศษ ทำหน้าที่หมอรักษาไปก่อน เรื่องสืบทอดเป็นหมอผู้วิเศษค่อยว่ากันภายหลัง หากว่าหมอผู้วิเศษรอดตายจากเคราะห์ร้ายแล้วกลับมาล่ะ? เจ้าจะได้ยังผูกสัมพันธ์คู่ได้"
