เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงซ่าน หลินหน่วนก็ยิ้มแล้วชักมือกลับ มีใจให้อภัยสูงต่อท่าทีของเขา มือทั้งสองข้างจิ้มเนื้อย่างคนละชิ้น “เจ้าจะกินเนื้อสามชั้นหรือเนื้อล้วน?”
หงเฟ่ยวางมือและเท้าทั้งสี่ลงบนพื้น เคลื่อนตัวเข้าหาเธอด้วยท่วงท่าเดินสี่ขาตามสัญชาตญาณสัตว์ เขาเงยหน้าขึ้น ปลายจมูกโด่งชิดข้างมือเธอ สูดดมเนื้อย่างสองชิ้นในมือหลินหน่วน ก่อนเอ่ยว่า “เอาสามชั้น”
หลินหน่วนยิ้ม ยื่นไปใกล้ปากเขา “มีรสนิยมดีนี่”
หงเฟ่ยอ้าปาก เผยเขี้ยวแหลมคาบเนื้อย่างสามชั้นชิ้นนั้นไปจากมือหลินหน่วน
ใบหน้าอุ่นร้อนของเขาเสียดสีนิ้วมือเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เธอชะงักนิ่งไปชั่วขณะ
เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่เหมาะสมแต่อย่างใด เขาพริบตาเดียวก็หลบกลับเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำหิน นั่งยอง ๆ บนพื้น มือหนึ่งถือเนื้อ กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
หวงอาหารใช้ได้เลย
หลินหน่วนนึกขึ้นมาได้ว่า พวกมนุษย์อสูรเพิ่งกลายร่างเป็นมนุษย์จะยังรักษาพฤติกรรมแบบสัตว์บางอย่างเอาไว้ คงเป็นเพราะหงเฟ่ยอายุยังน้อย ถึงได้คลานสี่ขาแทนการเดินตัวตรง และไม่ยอมแบ่งปันอาหารด้วย
หลินหน่วนถามขึ้นว่า “เจ้าดูอายุไม่มาก ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือ?”
หงเฟ่ยหยุดกินเนื้อไปชั่วครู่ ก่อนแยกเขี้ยวใส่เธอ “ข้าอายุ 18 แล้วนะ!”
อ๋อ เพิ่ง 18 ปีเอง
อายุบรรลุนิติภาวะของมนุษย์อสูรคือ 16 ปี
หลังจากบรรลุนิติภาวะ มนุษย์อสูรเพศผู้จะต้องออกล่าสัตว์ตามลำพัง ส่วนมนุษย์อสูรเพศเมียก็ต้องเลือกสามีเพื่อผูกสัมพันธ์คู่และให้กำเนิดลูกอสูร
เพราะอย่างไรเสีย ยุคโบราณมีกำลังการผลิตต่ำ วิทยาการแพทย์ก็ย่ำแย่ ลูกอสูรจำนวนมากยังไม่ทันโตเป็นผู้ใหญ่ก็ล้มตายเสียก่อน มนุษย์อสูรจำนวนมากเพียงแค่ออกไปล่าสัตว์นอกเผ่าก็จบชีวิตลงที่นั่น ไม่ต้องพูดถึงภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือกระแสอสูรถล่ม
แทบไม่มีมนุษย์อสูรคนใดมีชีวิตอยู่จนแก่ตายอย่างสงบ ดังนั้นวิถีชีวิตอสูรของทุกคนจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อายุยังน้อยก็สร้างครอบครัว สืบเผ่าพันธุ์กันแล้ว
