“ป้าเย่ ไม่ต้องยุ่งยากหรอกคะ เราคุยกันก็ดีแล้ว!”
“ได้ เดี๋ยวป้าให้ลุงฉินของหนูไปซื้อกับข้าวที่ร้านอาหารของรัฐมาสักหน่อย เราค่อยคุยกันให้เต็มที่!”
เวินหลีจึงหยิบของออกมา “นี่คือกระต่ายป่าที่หนูแลกมาแล้วเอามาทำกระต่ายเย็นเอง ลองชิมดูนะคะ ถ้าชอบ คราวหน้าหนูจะทำมาเพิ่ม แล้วก็ซอสเนื้อนี่หนูทำเองเหมือนกัน ลองดูว่าชอบไหม!”
เย่หมิ่นมีแววตาซับซ้อน ซ่งอวี้เคยพูดว่าลูกสาวของเธอไม่เคยต้องทำงานบ้านตั้งแต่เล็ก ถ้าซ่งอวี้รู้ว่าลูกสาวไปอยู่ชนบทแล้วเรียนรู้อะไรได้มากมายขนาดนี้ คงจะทุกข์ใจขนาดไหน!
“หอมจัง! ไม่ต้องชิมก็รู้ว่าอร่อย แต่คราวหน้าอย่าทำอีกนะ อย่าให้ตัวเองเหนื่อย มีของดีก็เก็บไว้บำรุงตัวเองเถอะ!”
เวินหลีรับรู้ถึงความเป็นห่วงในแววตาของเย่หมิ่น จึงยิ้มพลางโบกมือ “ไม่เป็นไรคะ ไม่เหนื่อยเลย จริง ๆ แล้วเพราะอาหารที่เรือนจือชิงแย่มาก หนูเลยทำเอง แล้วหนูก็ชอบทำอาหารไปแล้ว!”
เย่หมิ่นจับมือที่มีแผลด้านบาง ๆ ของเวินหลีด้วยความเอ็นดู สงสารไม่น้อย
“ได้ แม่ของหนูก็เป็นห่วงว่าหนูจะลำบาก ว่างเมื่อไหร่ก็โทรหาป้าตลอด แต่น่าเสียดายที่ช่วงนี้ยุ่งมาก ป้าไม่ค่อยมีเวลาไปหาหนูเลย!”
“ป้า หนูสบายดีคะ แล้วก็ชินกับการใช้ชีวิตที่ชนบทแล้ว อีกอย่างหนูมีเงินมีคูปอง ไม่ได้ลำบากอะไร คราวหน้าช่วยบอกแม่หนูด้วยนะคะว่าหนูสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง!”
“ได้ เดี๋ยวป้าจะบอกให้นะ ว่าแต่ลุงฉินของหนูเขาไปฝากคนที่คอมมูนไว้แล้ว ถ้าหนูมีเรื่องอะไรที่จัดการไม่ได้ ก็ไปหาผู้อำนวยการกัวที่คอมมูนได้ ป้ากับแม่หนูโตมาด้วยกัน หนูก็เหมือนลูกของป้าครึ่งหนึ่ง อย่าคิดว่าลำบากเราล่ะ เข้าใจไหม?”