ทั้งสองคนเห็นว่าได้จังหวะ ก็เปลี่ยนเรื่องคุย
“พรุ่งนี้พวกจือชิงชุดใหม่ก็จะมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าจือชิงคราวนี้จะเข้ากับคนอื่นง่ายหรือเปล่า!”
เวินหลีเพิ่งนึกขึ้นได้เรื่องนี้ “อ้าว~ ถ้าเธอไม่พูด ฉันก็ลืมไปเลย! แต่ไม่เกี่ยวกับเราหรอกนะ ยังไงเราก็แยกครัวทำกับข้าวเอง แล้วก็ไม่ได้อยู่รวมกับพวกนั้นด้วย!”
พอบทสนทนาของทั้งสองคนค่อยๆ ห่างออกไป สมองของกัวไช่เสียก็ยังคงดังก้องด้วยคำพูดเมื่อครู่ของเฉินเยียน เธอสงสัยว่าเฉินเยียนกับเวินหลีจงใจพูด แต่เธอก็ยังอดใจหวั่นไหวไม่ได้อยู่ดี
ถ้าจือชิงแซ่เจียงไม่จัดงานแต่งงานในเดือนหน้า เธอก็ยังพอมีเวลาค่อยๆ วางแผน แต่เธอไม่สามารถรออีกต่อไปแล้ว ถ้ารอต่อไป ก็ได้แต่มองตาปริบๆ ดูจือชิงแซ่เจียงแต่งกับเจียงเยว่เอ๋อ สาวบ้านนอกคนนั้น เธอไม่ยอมเสียทีหรอกนะ!
กัวไช่เสียเหลือบมองไปทางโรงนาวัว แววตาพลันเด็ดเดี่ยวขึ้นในทันที
รอจนกัวไช่เสียไปแล้ว เวินหลีกับเฉินเยียนถึงเดินออกมาจากประตูหลัง
เฉินเยียนมองเวินหลีด้วยสีหน้าตื่นเต้น “สารภาพมาตามตรง แกจะทำเรื่องไม่ดีอะไรใช่ไหม?”
เวินหลีกระซิบข้างหูเฉินเยียน บอกความตั้งใจของตัวเองให้ฟัง
“แกนี่มันเกินไปจริงๆ!” เฉินเยียนถลึงตาใส่เวินหลี “เรื่องสนุกๆ แบบนี้ ทำไมแกไม่รีบบอกฉันแต่แรก?”
เวินหลียักไหล่ “ใครจะไปรู้ว่าเธออยู่ๆ ก็มาหาฉัน แถมยังคิดจะใช้ฉัน ฉันก็แค่แนะๆ เธอหน่อยไง!”
เฉินเยียนทำท่าใช้ความคิด เอามือเท้าคาง “แกว่า... เธอจะทำจริงไหม?”
ดูจากนิสัยชอบอดทนอดกลั้นของกัวไช่เสียแล้ว เวินหลีก็ไม่แน่ใจนัก