“พวก……พวกแกขึ้นเขากันมาตั้งหลายคน ต้องมีคนเห็นแน่ มีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกแกจะปิดปากทุกคนได้ ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ ฉันจะสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพันลากพวกแกเข้าคุกให้ได้!”
แม้คำพูดของเวินหลีจะแข็งกร้าว แต่ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทา ท่าทางราวกับกำลังฝืนใจ ทำเอาคนพวกนั้นไม่ยี่หระแม้แต่น้อย แถมยังคิดว่าเธอช่างไร้เดียงสาน่าขัน
ชายหน้าตาลามกคนหนึ่ง พอเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเวินหลี ร่างกายก็ตอบสนองทันควัน เขาถูมือพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้
“ฮิ ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีใครรู้ว่าเรามาที่นี่ รอให้เธอได้รู้ว่าพวกพี่ชายดีแค่ไหนก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นมีแต่เธอแหละที่จะอ้อนวอนให้พวกพี่ขึ้นคร่อม ฮิ ๆ!”
เวินหลีเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าพวกเขามาที่เขาด้านหลังงั้นเหรอ?
ถ้างั้นก็ไม่ต้องเกรงใจอะไรแล้ว!
เวินหลีแสร้งทำเป็นหวาดกลัวถอยหลังไปสองก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าคนพวกนั้นยิ่งบ้าบิ่นกว่าเดิม
“น...พวกนายอย่าเข้ามานะ ฉันจะร้องเรียกคนแล้วนะ!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ร้องเลยสิ! รอให้เธอเรียกคนมา จะได้ให้ทุกคนดูเต็มตาว่าเธอถูกฉันยิงยังไง!”
เวินหลีมองแววตาของคนพวกนั้นที่ทั้งสะใจบ้าง เหยียดหยามบ้าง ก่อนหันหลังวิ่งเข้าป่าลึกไป
เธอเลี่ยงทิศใต้ จงใจวิ่งไปทางทิศเหนือ ที่นั่นไม่ค่อยมีใครไป สะดวกแก่การจัดการคนพวกนี้
“อีนังสารเลวคิดจะหนี!”
หวังจื้อกระทุ้งแก้ม “ตามไป! วันนี้ต้องแก้แค้นให้เยว่เอ๋อให้ได้!”
