“เรื่องเงิน ผมจะหาทางเอง” หลี่ต้าจู้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เกาหยาลันเห็นเช่นนั้นก็ไม่พูดแทรกอีก ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “หลายปีมานี้ฉันเก็บเงินไว้ได้เกือบหนึ่งหมื่น ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”
พอได้ยินดังนั้น หลี่ต้าจู้กับเหอไช่เซียก็จับมือทั้งสองข้างของเธอไว้พร้อมกัน
“ยาลัน ขอบคุณในความหวังดีนะ แต่ฉันไม่ต้องใช้จริง ๆ...” เหอไช่เซียซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
นึกไม่ถึงว่าเกาหยาลันที่ปกติดูเย็นชา พอถึงเวลาคับขันกลับเต็มใจยื่นมือเข้าช่วย
นี่ไม่ดีกว่าพวกญาติห่าง ๆ ที่เอาแต่อ้างตัวว่าเป็นญาติกันหรอกหรือ
“พี่ยาลัน เก็บเงินของพี่ไว้เถอะ ผมไม่เอาหรอก” หลี่ต้าจู้พูดอย่างจริงจัง
“ทำไม รังเกียจพี่สาวคนนี้หรือไง” เกาหยาลันเลิกคิ้ว
“พี่พูดอะไรแบบนั้น ผมแค่ไม่อยากใช้เงินผู้หญิง ผมหาเงินเองได้ ไม่เชื่อก็ดูสิ”
หลี่ต้าจู้หยิบเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋าออกมาทันที กว่าสองพันหยวน
หญิงสาวทั้งสองเห็นแล้วต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ
“ต้าจู้ทึ่ม นายแอบเก็บเงินส่วนตัวไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“นั่นสิ เงินตั้งมากขนาดนี้ นายคงเก็บมานานแล้วสินะ นึกไม่ถึงว่าตอนยังทึ่ม นายยังรู้จักเก็บเงิน แต่หลี่กังที่สมองปกติกลับเก็บเงินไม่อยู่...” เหอไช่เซียมีสีหน้าซับซ้อน
เหตุใดคนเราถึงแตกต่างกันได้มากมายขนาดนี้นะ
ถ้าหลี่กังดีได้สักหนึ่งในสิบของหลี่ต้าจู้ เธอก็คงไม่ต้องลำบากจนแทบทนไม่ไหวแบบนี้
หลี่ต้าจู้หัวเราะแหะ ๆ อย่างภาคภูมิใจอยู่บ้าง “วันนี้ผมขึ้นเขาไปเก็บยา แล้วบังเอิญเจอหมูป่า เลยจัดการมันแล้วลากไปขายที่ตัวอำเภอ”
