หญิงไร้บุตรเลี้ยงสี่เด็กน้อย ชีวิตพลิกผันรุ่งเรือง

บทที่ 2 เดินตลาด

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 2 เดินตลาด

ฟังหล่ายต้าพูดเช่นนี้ หวังชื่อกลอกตามองบน

"ก่อนหน้านี้เจ้ายังจะขอข้าอยู่เลยนี่นา คราวนี้ก็คืนให้เจ้าพอดีแล้ว"

"เจ้า..." หล่ายต้าถึงกับพูดไม่ออก

เห็นเซียวชิงเป่ยตรงหน้า ก็โกรธจนไฟลุกท่วมหัว

"เซียวชิงเป่ย ไอ้เวรเอ๊ย เจ้ามายุ่งอะไรของเจ้า"

เพื่อจะแต่งนังหนูนี่กลับไป พวกเขาสามพี่น้องรวบรวมเงินกันได้ห้าตำลึง

เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้ต้องสำเร็จแน่

ผลคือเซียวชิงเป่ยมาโผล่ยุ่ง น่าชังน้ำขุ่นยิ่งนัก

"เจ้าลองว่าอีกคำสิ" เซียวชิงเป่ยบีบคอหล่ายต้าด้วยมือเดียว

มองลงมาจากที่สูงอย่างข่มขวัญ

กล้าพูดจาลิ้นกระดอนกับเขา นับว่าสมควรโดนสั่งสอนแล้ว

เห็นเซียวชิงเป่ยซึ่งกำยำสูงใหญ่กว่าตัวเอง

หล่ายต้าแม้ใจจะลนลาน แต่ก็ยังชะเง้อคอแข็งขืน

"ข้าพูดแล้วเป็นไง ข้าจะแต่งเมีย เจ้าสอดขาเข้ามายุ่ง

มีที่ไหนทำกันอย่างเจ้านี่"

"เมียเจ้ารึ อิ๋นซิ่งนางรับปากจะไปกับเจ้าแล้วหรือ"

คิดว่าข้าดูความคิดเล็ก ๆ ของเจ้าไม่ออกกระนั้นรึ

ทำให้เมียตายไปสองคนแล้ว ยังจะคิดแผนมาถึงตัวอิ๋นซิ่งอีก

"เจ้า..." หล่ายต้าโกรธจนแทบขาดใจ

อยากจะตะลุมบอนกับเซียวชิงเป่ยสักตั้ง

แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าดีกรีตัวเองแค่นี้ ลงมือก็ได้แต่เป็นฝ่ายโดนซ้อม

"หึ" หมุนตัวเดินฮึดฮัดจากไป

สู้มันไม่ได้ ได้แต่กล้ำกลืนกินรอง

มองดูท่าทีของพี่ชิงเป่ยทั้งดุดันทั้งสง่างาม

อิ๋นซิ่งพลันมองจนตาค้าง

"..."

พี่ชิงเป่ยนี่เก่งกาจเสียจริง

เซียวชิงเป่ยหันมา ก็เห็นอิ๋นซิ่งกำลังจ้องเขาตาเป๋ง

"ไปเก็บของเถอะ"

"อ้อ" อิ๋นซิ่งหน้าแดงขึ้นมาฉับพลัน

ก้มหน้าลง แล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในเรือน

ไม่นานก็เก็บห่อผ้าห่อเล็กกลับมา

"อา ซ้อสะใภ้ พวกข้าไปก่อนนะขอรับ"

"ไปเถอะ ไปเถอะ ว่าง ๆ ก็แวะมานั่งบ่อย ๆ" หวังชื่อดีใจจนเนื้อเต้น

คิดไม่ถึงว่าเซียวชิงเป่ยจะยอมรับหญิงที่ไม่อาจมีบุตรได้

นี่ดีกว่าหล่ายต้านัก

หากภายหน้าเขาสองครองเรือนรุ่งเรือง ตนเองก็จะได้เกาะชายกระเบนพลอยดีไปด้วย

เซียวชิงเป่ยจูงมืออิ๋นซิ่งออกจากลานเรือน

หาได้กลับบ้านไม่ แต่พานางไปที่ว่าการอำเภอประจำตำบล

มองหนังสือสมรสในมือ อิ๋นซิ่งยังรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน

"พี่ชิงเป่ย พวกเรากำลังจะกลับบ้านหรือ"

ไม่อยากเชื่อเลย ตนเองกลายเป็นเมียพี่ชิงเป่ยแล้ว

"ไม่รีบ ข้าพาเจ้าไปซื้อเสื้อผ้าสักชุดก่อน" เซียวชิงเป่ยมองเสื้อผ้าบุ้นของนาง

ในความทรงจำ อิ๋นซิ่งไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าใหม่

วันนี้เป็นวันแต่งงานของพวกเขา ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาชุดใหม่ให้นางสักชุด

กำลังจะเข้าร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูป กลับถูกอิ๋นซิ่งดึงรั้งไว้

"พี่ชิงเป่ย ข้ามีเสื้อผ้าแล้ว ไม่ต้องซื้อใหม่หรอก"

อิ๋นซิ่งตบห่อผ้าตรงอก

ได้แต่งกับพี่ชิงเป่ย นางก็ดีใจมากแล้ว

ไม่อยากให้เขาเสียเงินอีก

"วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา ซื้อสักชุดเถอะ"

เซียวชิงเป่ยจูงมือนางเข้าร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ซื้อเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดหนึ่งชุด ท่อนล่างเป็นกางเกงสีน้ำเงินเข้ม

เสื้อนอกเป็นสีแดงพื้นดอกเล็ก ๆ กับรองเท้าปักดอกอีกหนึ่งคู่

"พี่ชิงเป่ย นี่มันสะดุดตาเกินไปหรือเปล่า"

อิ๋นซิ่งลูบเสื้อผ้าใหม่บนตัวด้วยความรักใคร่

ตั้งแต่เล็กจนโต นางล้วนแต่เก็บเสื้อผ้าเก่าของพี่ชายกับพี่สาวมาใส่

ยังไม่เคยได้ใส่ของใหม่เลย เนื้อผ้านี่ลูบแล้วนิ่มสบายเสียจริง

"ไม่สะดุดตา ดูดีทีเดียว" เซียวชิงเป่ยยกยิ้มมุมปาก

ก่อนหน้านี้เห็นแต่ว่าอิ๋นซิ่งหน้าตาไม่ขี้เหร่

แต่ยามนี้พอได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ มองดูก็งามใช้ได้อยู่

เห็นพี่ชิงเป่ยจับจ้องมาที่นาง อิ๋นซิ่งก็เขินอายก้มหน้าลง

"พี่ชิงเป่ย พวกเราจะกลับกันหรือ"

"ยังไม่กลับก่อน" เซียวชิงเป่ยได้สติ

จับมืออิ๋นซิ่ง แล้วมุ่งตรงไปยังแผงลอยเล็ก ๆ ด้านหน้า

หยิบปิ่นไม้ท้อขึ้นมาหนึ่งอัน

"เจ้าของร้าน ปิ่นไม้นี้ขายอย่างไร"

"อันนี้ห้าอีแปะ" เจ้าของแผงกางมือข้างหนึ่งออก

เซียวชิงเป่ยกำลังจะควักเงิน ก็ถูกอิ๋นซิ่งห้ามไว้

"พี่ชิงเป่ย อย่าซื้อเลย"

ห้าอีแปะแพงเกินไปแล้ว ซื้อขนมเปี๊ยะธัญพืชปลายเกลือได้ตั้งสิบก้อน

"ไม่เป็นไร" เซียวชิงเป่ยนับเหรียญทองแดงห้าเหรียญให้เจ้าของแผง

แล้วส่งปิ่นไม้ให้อิ๋นซิ่ง

"ใส่เถอะ"

แต่งงานแล้วเกล้าผมแบบนี้ก็ไม่เหมาะแล้ว

"อืม" อิ๋นซิ่งรับปิ่นไม้มา

ลูบคลำอย่างรักใคร่ครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นจึงเกล้าผมขึ้น

"ดูดีหรือไม่"

นางยังไม่เคยใส่ปิ่นเลยสักครั้ง

"ดูดี"

ผมที่เกล้าขึ้นนี้ บวกกับเสื้อผ้าใหม่ชุดนี้

ยิ่งดูคล้ายเจ้าสาวใหม่ขึ้นไปอีก

"..." หน้าอิ๋นซิ่งแดงอีกครั้ง

"พี่ชิงเป่ย อีกเดี๋ยวพวกเรายังจะไปไหนอีกหรือ"

"ไปหาอะไรกิน" เซียวชิงเป่ยจูงมือนางจะไปแผงบะหมี่ข้างหน้า

"พี่ชิงเป่ย อย่าไปกินเลย พวกเรากลับไปกินที่บ้านเถิด"

อิ๋นซิ่งกระชากมือรั้งเขาไว้

บะหมี่นั่นถูกที่สุดก็ต้องสิบกว่าเหรียญทองแดงต่อชาม

สองชามก็ยี่สิบกว่าเหรียญทองแดง

มีเงินก็ใช่ว่าจะสุมทุ่มพังผลาญอย่างนี้ไม่ได้

"วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา ข้าพาเจ้ากินของดีสักหน่อย"

พรุ่งนี้เขาก็จะไปแล้ว ไม่รู้ยังจะมีโอกาสได้กลับมาอีกหรือไม่

เช่นนั้นก็พานางไปกินสักมื้อดี ๆ

จูงมือนางมาจนถึงหน้าแผงบะหมี่

"เจ้าของร้าน เอาบะหมี่สองชาม"

"บะหมี่น้ำใสสิบอีแปะชาม บะหมี่เนื้อแกะสิบห้าอีแปะชาม ท่านทั้งสองจะเอาอย่างไหนขอรับ"

"เอาบะหมี่เนื้อแกะเถอะ" เซียวชิงเป่ยเหลือบมองอิ๋นซิ่ง

นางผ่ายผอมถึงเพียงนี้ คงไม่เคยได้กินของดีอะไร

"ได้เลยขอรับ" เจ้าของร้านยิ้มพลางลงมือขะมักเขม้น

"พี่ชิงเป่ย อย่าซื้อเลย" อิ๋นซิ่งมองเขาอย่างร้อนใจ

บะหมี่สองชามก็สามสิบเหรียญทองแดง มากพอซื้อธัญพืชปลายเกลือได้ตั้งหลายชั่ง

ไม่มีที่ไหนใช้เงินพังผลาญเช่นนี้

"นั่งลงเถอะ" เซียวชิงเป่ยจูงอิ๋นซิ่งให้นั่งลง

เห็นนางยังจะพูดอะไรอีก ก็ส่งสายตาปรามนางอีกครั้ง

"พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยกลับไป"

เห็นพี่ชิงเป่ยนี่ตั้งใจแน่วแน่จะกินบะหมี่แล้ว

อิ๋นซิ่งจึงหุบปากลง

ไม่นาน บะหมี่เนื้อแกะร้อนกรุ่นสองชามก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

แต่ละชามยังมีเนื้อแกะชิ้นใหญ่วางอยู่สามแผ่น

"กินเถอะ" เซียวชิงเป่ยเลื่อนชามหนึ่งในนั้นไปตรงหน้านาง

ได้กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อแกะ อิ๋นซิ่งกลืนน้ำลายอย่างควบคุมไม่ได้

"..."

นี่มันหอมเกินไปแล้ว

แค่ดมก็หอมขนาดนี้ กินเข้าปากต้องอร่อยมากเป็นแน่

"กินเถอะ" เซียวชิงเป่ยยื่นตะเกียบให้อีก

อิ๋นซิ่งรับตะเกียบมา

"..."

ซื้อแล้วก็กินเถอะ

หนึ่งคำเข้าปาก ทั่วทั้งปากอบอวลด้วยรสชาติของบะหมี่เนื้อแกะ

รู้สึกว่าโลกทั้งใบสวยงามขึ้นมาฉับพลัน

"อร่อยจริง"

ที่แท้ยังมีบะหมี่ที่อร่อยเพียงนี้ด้วยหรือ

ปกติที่นางกินก็มีแต่โจ๊กข้าวกล้องหรือไม่ก็ซุปผักป่า

ของพวกนั้นช่างเทียบกับสิ่งนี้ไม่ได้เลย

"อร่อยก็กินเยอะ ๆ" เซียวชิงเป่ยคีบเนื้อแกะหนึ่งแผ่นใส่ในชามของนาง

ดูท่าอิ๋นซิ่งคงไม่เคยได้กินของแบบนี้

"พี่ชิงเป่ย ของข้าแค่นี้ก็พอแล้ว"

อิ๋นซิ่งกำลังจะคีบเนื้อแกะคืนให้ ก็ถูกเซียวชิงเป่ยห้ามไว้

"เจ้ากินเถอะ ของแบบนี้ข้ากินบ่อย"

แล้วก็คีบเนื้อแกะอีกแผ่นใส่ลงในชามของนาง

พ้นวันนี้ไป ภายหน้าจะได้กินอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เช่นนั้นก็ให้นางได้กินมากหน่อย

เห็นนางยังจะคีบคืน ก็ขัดขวางไว้เสียตรง ๆ

"รีบกินเถอะ ข้าไม่ขาดเนื้อสัตว์กิน"

"อืม" อิ๋นซิ่งพยักหน้า

ก้มหน้ากินต่อ

ที่แท้การได้รับความห่วงใยจากใครสักคนมันช่างรู้สึกเช่นนี้เอง

เห็นอิ๋นซิ่งดีใจถึงเพียงนี้ เซียวชิงเป่ยก็เอาเนื้อแกะแผ่นสุดท้ายใส่ชามนางอีก

"กินเถอะ ไม่พอข้าซื้ออีก"

"อืม" อิ๋นซิ่งครานี้มิได้ปฏิเสธ

กินอย่างเบิกบานใจ

พี่ชิงเป่ยช่างดีกับนางนัก

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com