กินข้าวทั้งทีก็ต้องมีอาหารหลัก พวกเขาห้าคนรวมกับพ่อของอาเจ๋อเป็นหกคน นึ่งหมั่นโถวแป้งผสม 12 ลูกกำลังพอดี
เนื้อตุ๋นอยู่บนเตาแล้ว เติมฟืนเรียบร้อยก็ไม่ต้องคอยเฝ้าตลอด เฉียนปินจึงเข้าไปในบ้าน เริ่มนวดแป้งเตรียมนึ่งหมั่นโถว
นึ่งหมั่นโถวไม่ใช่งานยุ่งยากอะไร พวกเขาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่นานก็นวดแป้งเสร็จ
วางแป้งที่นวดเสร็จลงในกะละมัง คลุมผ้าด้านบนไว้ รอให้ขึ้นฟู
หลี่เซียงตงกับพวกนั่งล้อมโต๊ะ จิบน้ำสูบบุหรี่ คุยหัวเราะกันอย่างออกรส
จางเซินพูดด้วยสีหน้าเปี่ยมความฝันว่า “บางทีฉันปั่นสามล้อผ่านถนนฉางอานแล้วเจอรถเก๋งแท็กซี่ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงขับรถไม่เป็นนะ ขับรถเก๋งนี่เท่จริง ๆ หาเงินได้เยอะ แถมยังดูมีหน้ามีตาอีก”
“เลิกฝันหวานได้แล้ว ซานมู่ ถ้าอยากขับรถก็ลองหาทางเข้าไปทำงานในบริษัทขนส่ง เรียนขับรถบรรทุกยังพอเป็นไปได้ แต่ขับรถเก๋งวิ่งแท็กซี่น่ะเลิกคิดได้เลย”
หลี่เซียงตงไม่อยากดับฝันเพื่อนเก่า แต่ความจริงก็คือความจริง อย่าไปคิดถึงเรื่องที่ตัวเองเอื้อมไม่ถึงเลย
สมัยนี้ชาวบ้านทั่วไปไม่มีใครนั่งแท็กซี่กันหรอก หน้าที่หลักของแท็กซี่คือรับรองแขกต่างชาติ
