“เสี่ยวหลินจื่อ นายเคาะประตูเป็นไหม? นิสัยเสียที่เป็นมาตั้งกี่ปีแล้ว เลิกได้หรือยัง?”
หลี่เซียงตงเดินเข้าไปดึงเซี่ยงหลินไปไว้ข้างหลัง ก่อนจะจับห่วงทองแดงบนประตูใหญ่ เคาะเบา ๆ สองครั้ง พอไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากในลาน เขาก็เคาะต่ออีกสามครั้ง
“มาแล้ว ๆ ใครน่ะ?”
เสียงเร่งร้อนแฝงความระแวง ประตูใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก
ชายหนุ่มผอมแห้งคนหนึ่งแอบชะโงกหน้าออกมามอง ก่อนจะกระชากประตูเปิดกว้างแล้วด่าลั่น “เซี่ยงหลิน ไอ้ลูกหมา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเมื่อกี้แกเป็นคนทุบประตู!”
ชายหนุ่มผอมแห้งคนนั้นคืออาเจ๋อ เพื่อนเก่าที่โตมาด้วยกันกับหลี่เซียงตงและคนอื่น ๆ ชื่อเต็มคือสือเจิ้งเจ๋อ
พอด่าเสร็จ อาเจ๋อก็เดินเข้ามาชนกำปั้นกับหลี่เซียงตงและคนอื่น ๆ ทีละคน
พอถึงตาเซี่ยงหลิน อาเจ๋อกลับชกใส่หน้าอกเขาเต็มแรงแทนการชนกำปั้น
เซี่ยงหลินลูบหน้าอกตัวเอง “เล่นแรงไปไหม แค่ฉันเคาะประตู นายทำท่าตกใจขนาดนี้เลย”
อาเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า “เสี่ยวหลินจื่อ ทำไมนายตัดผมทรงนักโทษล่ะ? อย่าบอกนะว่าเพิ่งออกมาจากข้างใน?”
เซี่ยงหลินพูดอย่างไม่พอใจ “เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว เจ๋อเอ๋อร์ ตอนนี้ฉันกำลังเรียนตัดผมกับช่างรุ่นเก่าอยู่”
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันว่าเจ๋อเอ๋อร์!”
“เอาน่า เจ๋อเอ๋อร์ฟังเพราะดี เรียกอาเจ๋อแล้วไม่ค่อยคล่องปาก”
“ไม่คล่องปากก็ต้องเรียกแบบนี้แหละ แม่ฉันเรียกฉันอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก”
อาเจ๋อพูดไปพูดมา ขอบตาก็เริ่มแดง “ไม่คิดเลยว่าพวกนายจะยังจำได้และแวะมาเยี่ยม ขอบใจนะเพื่อน ๆ”
