ติงฉิงหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมากางไว้ในมือแล้วดู
เขาอ่านตัวอักษรสองสามตัวบนปกไม่ออก จึงเปิดหนังสือดู
พอเปิดออก หนังสือก็แทบจะหลุดเป็นชิ้น ๆ ที่แท้เพราะเก็บรักษามานาน ส่วนที่เย็บเข้าเล่มจึงชำรุดไปแล้ว เขาสังเกตเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เย็บเข้าเล่มด้วยกระดาษบิดเป็นเกลียว สอดผ่านรูบนหน้ากระดาษ
อย่าว่าติงฉิงไม่เคยเห็นอะไรแปลก ๆ เลย เขายังไม่เคยเห็นหนังสือที่เย็บด้วยกระดาษแบบนี้มาก่อน หนังสือเย็บเล่มทั่วไปมักใช้ด้ายเย็บกันทั้งนั้น
แต่หนังสือเล่มนี้กลับเย็บด้วยกระดาษบิดเป็นเกลียว ช่างแปลกจริง ๆ
ต้องรู้ก่อนว่าการใช้กระดาษบิดเป็นเกลียวเย็บหนังสือยุ่งยากแค่ไหน ใช้ด้ายเย็บสะดวกกว่าเยอะ!
พอเปิดหน้าหนังสือ เขาก็เห็นคำนำอยู่หน้าแรก
คำนำนี้เขียนด้วยพู่กัน ตัวอักษรเสี่ยวข่ายเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกเส้นทุกขีดงดงามเนี้ยบกริบ ราวกับตัวพิมพ์
เขาอดยอมรับไม่ได้ว่าฝีมือการเขียนอักษรของคนโบราณดีกว่าคนสมัยนี้จริง ๆ พวกนักคัดอักษรที่ชอบอวดว่าฝีมือล้ำเลิศในยุคนี้ เทียบกับคนโบราณแล้วไม่ได้เรื่องสักนิด
เขาพลิกดูต่ออีกหลายหน้า เห็นว่ามีคนหลายคนเขียนคำนำให้หนังสือเล่มนี้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคำนำเหล่านี้เป็นของคนคัดหนังสือหรือคัดมาจากที่อื่นกันแน่
เขาพอมีความรู้เกี่ยวกับหนังสือคัดลอกด้วยมืออยู่บ้าง ในสมัยโบราณหนังสือหายาก ผู้คนจึงมักยืมหนังสือของคนอื่นมาอ่าน
บางคนเห็นว่าหนังสือของคนอื่นมีค่า แต่ตัวเองไม่มีเงินซื้อ อีกทั้งบางครั้งถึงมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ จึงคัดลอกหนังสือที่ยืมมาเก็บไว้ดูภายหลัง โดยเฉพาะหนังสือเชิงวิชาการ เช่นตำรายา
