เดิมทีจ้าวเยว่เพียงคิดจะพาอันหลานออกมาทำความรู้จักกับทุกคน ใครจะคิดว่าเจ้าหมอนี่กลับเอาชนะรวดเดียวสามคน จนทุกคนถูกเล่นงานเสียหมดท่า
ในเมื่อเป็นคนพาเขามา หากตนไม่ขึ้นประลองสักครั้ง ก็ดูจะไม่สมควรอยู่บ้าง
จ้าวเยว่แตะปลายเท้าลงพื้น พลิกตัวขึ้นไปบนเวทีประลองทันที
“น้องอันหลานมีฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ ข้าไม่คิดเลยว่าเพิ่งเข้าหน่วยหกประตูได้เดือนเดียว จะฝึกฝนมาถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นเราสองคนมาประลองฝีมือกันสักครั้งเป็นอย่างไร?”
อันหลานมองเขา “พี่จ้าวชมเกินไปแล้ว ข้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก โปรดชี้แนะด้วย”
จ้าวเยว่ยิ้ม “เช่นนั้นเดิมพันสิบแต้มคุณูปการก็แล้วกัน”
“ได้”
ทั้งสองเริ่มประลองกันอย่างรวดเร็ว
ผู้คนด้านล่างเวทีต่างกลั้นหายใจ จับตาดูอย่างจดจ่อ
คราวนี้อันหลานจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวเยว่ไม่หยั่งเชิงแม้แต่น้อยตั้งแต่เริ่ม เขาระเบิดพลังเต็มกำลังทันที
เขากระทืบเท้าลงพื้น
ร่างพลันพุ่งเข้าใกล้
แสงดาบฟาดลงมาต่อเนื่อง
ฟันแล้วฟันเล่า
รวดเร็วยิ่ง!
ทั้งระหว่างการฟันแต่ละครั้งแทบไม่มีช่องว่าง
อันหลานยกทวนขึ้นปัดป้อง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
อาวุธของทั้งสองปะทะกันไม่หยุด
สิบกระบวนท่า
ยี่สิบกระบวนท่า
สามสิบกระบวนท่า
แววตาของอันหลานยิ่งทอประกายเจิดจ้า
ฝีมือของจ้าวเยว่เหนือกว่าหลัวเจิงอยู่เล็กน้อย หากวัดกันแค่ระดับวิชาแล้ว แทบไม่ต่างจากเขา
วิชาทวนดาวเหนือ ทวนอสนีบาต และภาพปักษาเผิงของตน ในที่สุดก็ได้สำแดงอย่างเต็มที่เสียที
ระหว่างต่อสู้ อันหลานพลิกกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนและหลอมรวมวิชายุทธ์ของตนให้ชำนาญยิ่งขึ้น
ไม่นาน การประลองก็ดำเนินผ่านไปหลายร้อยกระบวนท่า
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างสูสี ยากจะแยกแพ้ชนะ
ผู้คนด้านล่างเวทีต่างลุ้นจนใจเต้น ตลอดจนอดคิดไม่ได้ว่า หรือจ้าวเยว่ก็จะพ่ายแพ้เช่นกัน?
