“วิชาทวนคลื่นคลั่ง”
ไม่ใช่วิชาลับล้ำลึกแท้จริง แต่ก็เหนือกว่าวิชาทวนพื้นฐานที่อันหลานเคยซื้อมาอย่างเทียบไม่ติดแล้ว
วิชาทวนพื้นฐานฝึกแทง สกัด จับ และปัด รวมถึงวิธีจับทวน ออกแรง และควบคุมปลายทวนให้พุ่งไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
ส่วน“วิชาทวนคลื่นคลั่ง”นั้น ฝึกพลังแห่งท่วงท่า
ทวนพุ่งออกไปราวเกลียวคลื่น
ทวนแรกมุ่งเน้นความเร็วและความแม่นยำ ทวนที่สองอาศัยแรงที่ทวนแรกทิ้งไว้ผลักดันต่อ ทวนที่สามซ้อนทับพลังของทวนที่สอง ดุจสายน้ำหลากที่คลื่นลูกหนึ่งผลักคลื่นอีกลูก ยิ่งทวนถัดไป พลังทวนก็ยิ่งหนักหน่วง กระทั่งท้ายที่สุด คู่ต่อสู้จะรู้สึกราวกับสิ่งที่โถมเข้าหาไม่ใช่ทวนยาวเล่มหนึ่ง หากเป็นคลื่นมหึมาที่ซัดทะลักเข้ามา
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป วิชาทวนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฝึกได้ง่ายนัก
เพราะการซ้อนทับพลังทวนขึ้นทีละชั้นต้องอาศัยทั้งพละกำลัง ปราณโลหิต และการประสานร่างกายในระดับสูง หากออกแรงพลาดแม้เพียงทวนเดียว พลังที่สั่งสมมาก่อนหน้านั้นก็จะสลายไปในพริบตา
ทว่าเมื่ออันหลานเปิดตำราทวนเป็นครั้งแรก เขากลับรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาเลือนราง
สายน้ำ
ท่าที่สามในกระบวนท่าที่หนึ่งของ“หมัดยาวปฐมกษัตริย์”
ปราณโลหิตดุจสายน้ำ ไหลต่อเนื่องไม่ขาดสาย
แม้วิชายุทธ์ทั้งสองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย แต่ความเข้าใจเรื่อง “ต่อเนื่อง” และ “ไม่ขาดตอน” กลับมีบางอย่างสอดคล้องกันอยู่ราง ๆ
คืนนั้นเอง เสียงทวนยาวแหวกอากาศก็ดังขึ้นไม่ขาดสายในลานหลังของตระกูลหวัง
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
ทวนยาวพุ่งแทงออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ในช่วงแรก อันหลานแทงต่อเนื่องได้เพียงสามถึงสี่ครั้ง พลังทวนก็ขาดสะบั้นเพราะการหมุนตัวหรือการถ่ายเทปราณโลหิตคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อย
แต่ด้วยเจตจำนงของ“หมัดยาวปฐมกษัตริย์”ที่คอยส่งผลอยู่ เขาจึงสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ฝีเท้าเร็วเกินไป
สะโพกกับเอวช้าไปชั่วขณะ
แรงจากทวนก่อนยังส่งออกไปไม่หมด ทวนถัดไปก็พุ่งออกไปล่วงหน้าแล้ว
