หลิวหย่วนอยากหางานที่เหมาะสมทำอีกสักอย่าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
อันหลานได้ยินแล้วพลันนึกอะไรขึ้นมาได้
“ท่านอาหลิว ข้าจำได้ว่าก่อนหน้านี้ท่านอยากเปิดร้านหนังสือมาตลอดมิใช่หรือ?”
“ข้าเคยคิดเช่นนั้นจริง” หลิวหย่วนยิ้ม “แต่ก่อนก็แค่คิดไปเท่านั้น เปิดร้านหนังสือใช่ว่ามีหนังสืออยู่ไม่กี่เล่มแล้วจะทำได้ ยังต้องมีหน้าร้านและเงินทุนสำหรับซื้อหนังสือด้วย”
“เช่นนั้นก็ดีเลย”
อันหลานยิ้มกล่าว “รอข้ากลับจากเมืองหลินชวนแล้ว จะซื้อร้านให้ท่านสักแห่งในตัวอำเภอ เปิดเป็นร้านหนังสือ ท่านชอบอ่านหนังสือประเภทใดก็ขายประเภทนั้น ทั้งยังได้พบปะกับบัณฑิตเหล่านั้นเหมือนเดิมด้วย”
หลิวหย่วนชะงักไปทันที
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร! ร้านค้าในตัวอำเภอราคาไม่ถูกเลย อย่างน้อยก็หลายร้อยถึงหลักพันตำลึงเงิน”
“ท่านอาหลิว ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก”
อันหลานคีบกับข้าวขึ้นมาคำหนึ่ง สีหน้าสงบนิ่งเป็นธรรมชาติ
“คราวนี้ข้าไปบึงต้าเจ๋อ ได้เงินมาไม่น้อยจริง ๆ ซื้อร้านหนังสือสักแห่ง สำหรับข้าในตอนนี้แล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้เจ้าใช้เงินเช่นนี้ไม่ได้” หลิวหย่วนรีบโบกมือ
“ข้าไม่สนหรอก อย่างไรเสียข้าก็ตัดสินใจซื้อร้านนี้แล้ว หากท่านอาหลิวไม่ยอมดูแล ก็ทำได้แค่ปล่อยให้มันว่างไว้เท่านั้น” อันหลานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลิวหย่วนทั้งโมโหทั้งขบขัน
แต่พอนึกว่าตนจะมีร้านหนังสือเป็นของตัวเอง ได้อ่านหนังสือและขายหนังสือในยามว่าง ทั้งยังพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับบัณฑิตที่แวะเวียนมา เขาก็อดหวั่นไหวไม่ได้จริง ๆ