【ฉันละสายตาจากฉื่อเยี่ยนไม่ได้เลย】
【เมื่อเทียบกับฉื่อเยี่ยนที่เจอเรื่องพลิกผันไม่หยุด อีกสามทีมช่างจืดชืดจนฉันไม่สนใจสักนิด】
【โต้คลื่นในแม่น้ำพิษที่เต็มไปด้วยผีอสูรเนี่ยนะ บ้าจริง! ไม่มีอะไรเจ๋งไปกว่านี้แล้ว!】
【จากนี้ไป ฉันขอเข้าร่วมลัทธิบูชาจันทร์อย่างเป็นทางการ และจะเป็นสาวกผู้ภักดีของลัทธิบูชาจันทร์】
【น่าสนใจจริง ๆ เดิมทีนึกว่าฉื่อเยี่ยนตกรอบไปก่อนแล้วเสียอีก
ดันเจี้ยนใหญ่ช่างเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้จริง ๆ จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!】
“หัวหน้าทีม ดูผิวน้ำสิ”
เสิ่นชิงฉือมองไปยังแม่น้ำตี้เหอ เห็นเรือพายที่แล่นเร็วราวกับเรือเร็ว รวมถึงเงาดำที่ถูกลากตามหลังมา บรรยากาศรอบตัวเขาพลันหม่นทะมึน
ทั้งที่เขาปล่อยข่าวให้คนของตระกูลมาจับเสิ่นเชว๋แล้วแท้ ๆ อีกฝ่ายก็ยังมาจนได้
พวกไร้ประโยชน์จากตระกูลนั่น ส่งคนมาถึงสองทีมแล้วยังปล่อยให้เสิ่นเชว๋หนีไปได้ ช่างไม่ได้เรื่องจริง ๆ
“พวกเรา...”
เสิ่นชิงฉือส่งสายตาปรามให้เพื่อนร่วมทีมเงียบ “ไปช่วยพวกเขากัน”
กฎบอกว่าห้ามฆ่าหรือทำร้ายคน แต่พวกเขากำลังไปฆ่าผีอสูร แบบนี้ไม่นับว่าฝ่าฝืนกฎ
ฉื่อเยี่ยนเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของอั้นอิ่งในการชิงแชมป์ ในโลกาวินาศนี้ไม่สนวิธีการ สนแค่ผลแพ้ชนะ
ระยะทางที่เดิมทีเรือพายต้องใช้เวลาราว 40 นาทีถึงจะไปถึง เมื่อเปลี่ยนเป็นเรือเร็วกลับใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
เมื่อเห็นฝั่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทุกคนในฉื่อเยี่ยนต่างก็อดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้
อู๋ฉงถึงกับโบกแขนคุยกับเสิ่นเชว๋จากระยะไกล “หัวหน้าทีม! พวกเราใกล้ถึงแล้ว!”
