กลิ่นอายของความขัดแย้งรุนแรงคละคลุ้งจนพนักงานในร้านพากันถอยห่าง
เมื่อกู้หว่านหนิงเห็นว่าเผยซีไม่พูดอะไร เธอก็รีบดึงกู้เฉินไปหยุดอยู่หน้ากิ๊บติดผมชิ้นนั้นทันที
“พี่ชาย ฉันชอบชิ้นนี้ ซื้อให้ฉันหน่อยสิ!”
“แต่ว่า...”
กู้เฉินเหลือบมองเผยซี ไม่ได้บอกว่าจะซื้อ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เขารู้ดีว่ากิ๊บติดผมทุกชิ้นในร้านนี้มีเพียงแบบละชิ้น ถ้าซื้อให้กู้หว่านหนิง เผยซีก็จะซื้อไม่ได้
เห็นกู้เฉินลังเล กู้หว่านหนิงก็หันไปถามเผยซีทันที
“พี่สะใภ้ คงไม่คิดจะแย่งกิ๊บติดผมชิ้นนี้กับฉันหรอกนะ? ตอนนี้ฉันเป็นคนทำคุณงามความดีให้บริษัทความงามทางการแพทย์กู้เชียวนะ...”
พอได้ยินกู้หว่านหนิงพูดเช่นนั้น กู้เฉินก็รับคำต่ออย่างเข้าทาง
“ใช่ หว่านหนิงพูดมีเหตุผลเหมือนกัน... เอาอย่างนี้ดีกว่า พวกคุณสองคนไม่ต้องแย่งกัน อีกไม่กี่วันหยวนหยวนก็จะเริ่มเรียนชั้นเตรียมประถมแล้ว ฉันจะซื้อกิ๊บชิ้นนี้ให้หยวนหยวนเป็นของขวัญก็แล้วกัน”
“ความคิดดีนี่ พี่สะใภ้คงไม่คิดจะแย่งของกับเด็กหรอกใช่ไหม?”
เมื่อสบสายตาแข็งกร้าวของกู้หว่านหนิง เผยซีก็หัวเราะเยาะในใจ
เด็กอายุสี่ขวบจะติดกิ๊บราคาเกือบแสนหยวนงั้นหรือ?
ข้ออ้างแบบนี้คงมีแต่กู้เฉินที่คิดออก
ปากบอกว่าจะซื้อให้หยวนหยวนเป็นของขวัญก่อนเข้าเรียนประถม แต่เอาเข้าจริงก็เท่ากับซื้อให้กู้หว่านหนิงอยู่ดี
แววตาของเผยซีเย็นชาลง เธอกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าพนักงานกลับเดินเข้ามาหาอย่างหวาด ๆ เสียก่อน
“ขออภัยนะคะคุณลูกค้า กิ๊บติดผมชิ้นนี้... มีคนจองไว้ก่อนแล้วค่ะ”
“ใครจอง? เขาจ่ายเงินหรือยัง?”
คำถามของกู้หว่านหนิงทำเอาพนักงานถึงกับพูดไม่ออก
