“เผยซี บ้านเธอกับตระกูลกู้ของเราเป็นมิตรสหายกันมาหลายชั่วคน หลังแต่งเข้ามา ตระกูลกู้ก็ไม่เคยปฏิบัติต่อเธออย่างไม่เป็นธรรม แล้วเธอกล้าสวมเขาให้ลูกชายฉันข้างนอกได้ยังไง!”
อิ่นเจวียนโวยวายพลางใช้ไม้ไผ่เคาะฝ่ามือตัวเอง ท่าทางเหมือนตั้งใจจะสั่งสอนเผยซีให้รู้สำนึก
กู้เฉินเหลือบไปเห็นรูปถ่ายบนโทรศัพท์ของแม่แล้ว
เป็นรูปที่ลู่ปิงปิงโพสต์ลงในกลุ่มวันนี้นี่เอง
“แม่ รูปนี้มันก็ไม่ได้พิสูจน์อะไรสักหน่อย...”
“ถึงขนาดนี้แล้วยังช่วยพูดแทนเธออีก ฉันว่าเธอถูกแกตามใจจนเสียคนแล้ว!”
กู้เฉินถูกด่า จึงก้มหน้าลงต่ำ
ท่าทางที่คอยปกป้องภรรยาของเขาทำให้เผยซีแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
แสดงได้เก่งจริง ๆ!
เธอเกือบจะเชื่อแล้วเชียว
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการแสดงเสียทีเดียว
กู้เฉินปกป้องเธอ ก็เพียงเพราะบริษัทของเขายังต้องพึ่งพาเธอ
“อาเฉินพูดก็ไม่ผิดนี่ แค่รูปกินข้าวรูปเดียวเอง ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย?”
กู้ลี่เฉิงซึ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือทั้งความอ่อนโยนของพ่อผู้เมตตาและความน่าเกรงขามของผู้บริหารบริษัท
“ใช่แล้วค่ะแม่ พี่สะใภ้แค่ไปกินข้าวกับลูกค้าเอง”
“หุบปาก!”
อิ่นเจวียนกระแทกไม้ไผ่ในมืออย่างแรง
กู้หว่านหนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขุ่นเคืองจนแทบทนไม่ไหว
กว่าจะจับผิดเผยซีได้สักที แต่กู้เฉินกลับเอาแต่ปกป้องเธออยู่ได้!
เธอรู้ว่ากู้เฉินกับกู้ลี่เฉิงกลัวว่าการร่วมมือกับสำนักยาเผยหยวนจะมีปัญหา แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดเข้าข้างเผยซีขนาดนั้น
“แม่ ดูสิคะ ทั้งพี่ชายทั้งพ่อยังคิดว่าพี่สะใภ้ไม่ผิด บางทีแม่อาจเข้าใจพี่สะใภ้ผิดไปจริง ๆ ก็ได้ ตอนนี้พี่สะใภ้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ถึงกับเจรจาโครงการเองได้ ผู้ชายในรูปก็คือผู้บริหารของหลี่ซื่อ”
“เจรจาโครงการอะไรกัน ใครเขาไปคุยงานกันในโรงแรมหรูแทนที่จะเป็นห้องประชุมบริษัท?”
