“ไม่มีจริง ๆ นะ พ่อเฒ่า” หญิงชราหลิ่วกลอกตาไปมา พลางคิดหาข้อแก้ตัวอย่างร้อนรน “ที่จริง... ที่จริง...”
“ที่จริงอะไร?” ชายชราหยวนปิดหีบ สีหน้าเริ่มขุ่นเคือง เขาจ้องหน้าบึ้งตึงของหญิงชราหลิ่ว “ดีจริง ๆ ที่แท้ในบ้านมีขโมยจริง ๆ! เจ้าเอาเงินไปให้ใคร?”
นี่เป็นเงินถึง 20 ตำลึง ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ
รายได้ทั้งปีของตระกูลหยวนมีแค่สิบกว่าตำลึง จู่ ๆ เงินก็หายไปมากขนาดนี้ ทำให้เขาจำต้องเชื่อข่าวลือที่แพร่ไปข้างนอก
ขโมยงั้นหรือ?
หญิงชราหลิ่วได้ยินแล้วก็รู้สึกน้อยใจอย่างยิ่ง นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา ก่อนร้องไห้เสียงเบา “พ่อเฒ่า ไฉนท่านถึงคิดกับข้าเช่นนี้ได้
ข้าดูแลบัญชีในบ้านมาตั้งหลายปี ไม่เคยมีเรื่องผิดพลาดเลยสักครั้ง”
“ที่จริง... ที่จริง... ตอนฉางจี๋กลับบ้านคราวก่อน เขามาขอเงินข้า 20 ตำลึง บอกว่าพลาดทำแท่นฝนหมึกของเพื่อนร่วมชั้นแตก ต้องชดใช้ให้อีกฝ่าย 20 ตำลึง
เขากลัวท่านจะตำหนิ จึงไม่ให้ข้าบอกท่าน
เดิมทีข้าคิดว่าจะรอให้เขากลับไปก่อนแล้วค่อยบอกท่าน แต่พอยุ่งขึ้นมาก็ลืมไปเสียสนิท”
ชายชราหยวนฟังจบก็เชื่อจริง ๆ คิ้วขมวดแน่นจนแทบเป็นปม เขาสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง “แท่นฝนหมึกอะไรถึงได้แพงขนาดนั้น?”
หญิงชราหลิ่วบีบผ้าเช็ดหน้า ทำทีแสดงสีหน้าเจ็บปวดใจ “ได้ยินว่าเป็นหมึกฮุยชั้นยอด ข้าเป็นแค่สตรีในเรือน ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้
ท่านก็รู้ว่าในสำนักศึกษาของพวกเขามีคุณชายร่ำรวยอยู่ไม่น้อย ข้าแค่กลัวฉางจี๋เสียคำพูดกับคนอื่น จนชื่อเสียงไม่ดี ถึงได้ให้เงิน 20 ตำลึงไป แล้วยังดุเขาเสียยกใหญ่”
