หยวนซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทำมือเป็นสัญลักษณ์ “ยิ่งมากก็ยิ่งดี อย่างน้อยก็ต้องได้ห้าตำลึง”
ห้าตำลึงนั้นเพียงพอให้ครอบครัวของนางมีกินมีใช้ไปตลอดทั้งปี จากนั้นค่อย ๆ หาทางทำมาค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหารายได้
ห้าตำลึง!
หยวนเยว่ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน จึงอดจุ๊ปากด้วยความทึ่งไม่ได้
ไม่รู้ว่าพวกนางต้องเก็บเงินนานแค่ไหนถึงจะได้เท่านั้น
หยวนเหวยคังพลันโล่งใจขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาพูดเสียงแผ่วเพราะยังอ่อนแรง “พี่พูดถูก
แต่ในตระกูลหยวน พวกเราเก็บเงินไม่ได้หรอก”
ทุกการกระทำของพวกเขาอยู่ในสายตาย่า จะเก็บเงินสักหน่อยก็ยากเต็มที
เพราะฉะนั้น พวกนางต้องหาทางอื่น
หยวนซีรู้ว่าหมู่บ้านชิงหนิวมีภูเขาหลายลูกอยู่เบื้องหลัง ฤดูใบไม้ผลิมีเห็ดกับผักป่า ฤดูร้อนมีผลไม้ป่ากับกระต่ายป่า ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีเกาลัดกับสมุนไพร จะหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“วางใจเถอะ เรื่องหาเงินปล่อยให้เป็นหน้าที่พี่ พวกเจ้ามีหน้าที่คอยเชียร์ก็พอ
อีกอย่าง เรื่องเก็บเงินอย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่
พวกท่านใจอ่อนเกินไป เดี๋ยวก็เผลอทำพิรุธจนความแตก”
หยวนเยว่กับหยวนเหวยคังเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งคู่พยักหน้าหนักแน่น
เมื่อคุยกันเสร็จ หยวนซีก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับหยวนเยว่
วันนี้หยวนเยว่ต้องไปตัดหญ้าหมู นางสะพายกระบุงและถือเคียวไว้ หยวนซีคิดจะช่วย แต่ถูกพี่สาวปฏิเสธ
“พี่รู้ไหมว่าในหมู่บ้านมีใครเก่งที่สุดบ้าง” หยวนซีเดินตามหลังพี่สาว มองดวงตะวันที่ค่อย ๆ ลอยขึ้น แสงแดดอ่อนสาดต้องร่างผอมบางของพี่สาว ทว่าในใจนางกลับเจ็บแปลบขึ้นมา
