“ใครจะไปรู้ล่ะ อย่างไรเสียก็ไม่ได้มีแค่พวกเราอยู่บ้านสักหน่อย” หยวนเยว่ก้มหน้า แล้วหั่นหญ้าหมูต่อ
“พูดอะไรของเจ้าน่ะ ข้าไม่ได้เอาไข่ของท่านย่าไปสักหน่อย...” หยวนถิงรู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องของตนช่วงสองวันนี้เหมือนมีความกล้าขึ้นมาอีกเท่าตัว ถึงกับกล้าเถียงกลับแล้ว
หญิงชราหลิ่วเก็บแววตา กวาดตามองหยวนเยว่แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “ย่าไม่ได้หมายความอย่างนั้นหรอก ยายหนูสี่ เลิกหั่นหญ้าหมูได้แล้ว มากินข้าวเถอะ
ต่อให้พวกเจ้าเอาไข่ไปก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็คนบ้านเดียวกัน อย่าทะเลาะกันจนเสียความสัมพันธ์เลย”
หยวนซีกรอกตา เดินออกมาจากห้อง ชี้ไปทางสกุลหลินแล้วพูดหน้าระรื่น “ไข่ ไข่... สะใภ้รองเอาไข่ไป... ยายหนูหกเห็นสะใภ้รองเอาไข่ไป... เยอะแยะเลย...”
สกุลหลินแววตาวูบไหว จ้องหยวนซีเขม็ง “ยายหนูหก เจ้าโง่หรือไง พูดเพ้อเจ้ออะไร ใครเอาไข่ไปกัน”
หยวนเยว่ลุกขึ้น พูดยิ้ม ๆ ว่า “ท่านอาสะใภ้รอง เอาไปแล้วก็เอาไปเถอะ ยังไงก็คนบ้านเดียวกัน ท่านควรบอกท่านย่าตรง ๆ จะได้ไม่ต้องให้ท่านย่าถามไปทั่ว
บ้านใหญ่ของเราไม่กล้าหยิบไข่ไปตามใจหรอก อย่างไรเสียไข่นี่ก็ต้องเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของลูกพี่ลูกน้องกับท่านอาสามนี่นา”
หญิงชราหลิ่วได้ยินคำพูดของนาง เปลือกตากระตุก มองไปทางสกุลหลิน แต่ไม่ได้โกรธนาง “ดูความจำข้าสิ ข้าเป็นคนให้สะใภ้รองช่วยหยิบเองแท้ ๆ กลับลืมไปเสียได้”
นังเมียขี้เกียจ ถึงกับกล้าขโมยไข่ของข้า ต้องจัดการให้เข็ดเสียบ้างแล้ว
สกุลหลินก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว “ใช่... ใช่แล้ว!”
“ไม่เป็นไรหรอกท่านย่า
