ตอนทั้งสองคนกลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว
ลานบ้านในชนบทไม่ใหญ่ มีบ้านดินสามห้อง ห้องหนึ่งใช้เก็บเมล็ดพันธุ์
จางซิ่วหลานมาถึงหน้าบ้าน แต่ยืนลังเลอยู่นานไม่กล้าเข้าไป “เซียงหยาง หรือว่าเราอย่าเพิ่งบอกสองคนนั้นเรื่องที่พ่อของแกเสียแล้วดีไหม?”
“เฮ้อ หลอกได้แค่ชั่วคราว แต่จะหลอกไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก”
ซ่งเซียงหยางพูดจบก็ผลักประตูเข้าไป เห็นน้องชายกับน้องสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ อาศัยแสงเทียนดูสมุดภาพที่เขาเคยวาดไว้
“แม่ พี่ใหญ่ กลับมาแล้วเหรอ” เชียนเชียนวางสมุดภาพลงแล้วพูด
ทั้งสองยืนอยู่ตรงประตู ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองหน้ากันไปมา ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
ก็เป็นครั้งแรกนี่นา ไม่มีประสบการณ์ด้วย
ซ่งเซียงตงสังเกตเห็นสีหน้าแม่ผิดปกติ “แม่... พ่อเป็นอะไรที่ในเมืองหรือเปล่า?”
ซ่งเซียงหยางเดินไปหาทั้งคู่ “เซียงตง เชียนเชียน พ่อเกิดอุบัติเหตุที่โรงงาน... เสียแล้ว”
ภายในห้องเงียบไปสองวินาที
ซ่งเซียงตงร้องไห้โฮออกมา “พี่ใหญ่โกหก!”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งเชียนเชียนซีดเผือด “พี่ พี่โกหกใช่ไหม? พ่อไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ซ่งเซียงหยางเงียบ ไม่พูดอะไร
ซ่งเชียนเชียนชะงักไปหลายวินาที ก่อนจะพุ่งเข้าไปซุกอกแม่ ร้องไห้จนหายใจหายคอแทบไม่ทัน
จางซิ่วหลานตบหลังลูกสาวเบา ๆ พลางยกมือปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น
พอแม่ร้องไห้ เด็กทั้งสองก็ยิ่งร้องหนักกว่าเดิม
ซ่งเซียงหยางทำได้แค่ตบหลังคนนี้ที ปลอบคนนั้นที
“ร้องเถอะ ร้องออกมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้นหน่อย”
ซ่งเซียงตงร้องจนสะอึกไม่หยุด
“เซียงตง ในฐานะพี่ชายคนรอง แกต้องเข้มแข็งหน่อย”
ซ่งเชียนเชียนสะอื้นพลางเถียง “พี่ใหญ่ ฉันเป็นพี่สาวคนรอง ฉันออกมาก่อนเขา... ฮือ ๆ...”
ขนาดนี้แล้ว ยังไม่ลืมเถียงเรื่องนี้อีกเหรอ?
ซ่งเซียงหยางถอนหายใจ ล้วงขนมกับลูกอมออกจากกระเป๋า วางลงบนโต๊ะ
“กินอะไรสักหน่อยก่อน เชียนเชียน พี่ซื้อขนมผีเสื้อกับลูกอมจากร้านเต้าเซียงมาให้”
เขาซื้อมาตอนเดินทางกลับจากซือเหอหยวนเลขที่ 95
ซ่งเซียงหยางพอเดาออกว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยายังไงเมื่อรู้ว่าพ่อเสียแล้ว แต่เขาพูดไม่เก่ง ไม่รู้ว่าควรปลอบยังไงในสถานการณ์แบบนี้
