เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือที่กำตะเกียบของหนีเซวียนพลันเกร็งแน่น นางมองซือถูเฉิงแล้วถามอย่างหยั่งเชิงว่า
“เฉิงเอ๋อร์ มีใครบอกอะไรกับเจ้าหรือ?”
ซือถูเฉิงก้มหน้าลงน้อย ๆ ตอบเสียงอู้อี้ว่า “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ แค่เฉิงเอ๋อร์คิดถึงบ้าน คิดถึงพี่หญิงรองกับพี่หญิงสาม”
ปิ่นหยกอันนั้น...ปิ่นหยกอันนั้นไม่ใช่ของเสด็จแม่
เขาไม่ได้ไม่รู้อะไรเลย อาจารย์เคยเอ่ยถึงเรื่องปิ่นหยกในยามสอนหนังสือโดยไม่ได้ตั้งใจ ว่ามันเป็นของแทนใจ
ความรักเกิดขึ้นได้ระหว่างสามีภรรยาเท่านั้น
หนีเซวียนวางตะเกียบ ลุกขึ้นเดินไปข้างกายซือถูเฉิง ลูบกระหม่อมเขาอย่างอ่อนโยนแล้วถอนหายใจ
“แม่รู้แล้ว แต่เฉิงเอ๋อร์อดทนอีกหน่อยได้ไหม? รอจนกว่าท่านพ่อจะมารับเจ้า เจ้าก็จะได้กลับจวน”
เพราะกลัวว่าเย่เฉินจะส่งคนมาจับตาดูอย่างลับ ๆ หลังซือถูจิ้งฟื้นขึ้นมา นางจึงเพียงไปพบอีกฝ่ายตามธรรมเนียมครั้งหนึ่งเท่านั้น ทั้งยังไม่มีโอกาสได้พูดอะไร
นางให้เถาจือหาโอกาสฝากคำพูดสองสามคำไปถึงชิงหลาน ตามเหตุผลแล้วซือถูจิ้งน่าจะหาทางติดต่อซือถูเจิงได้ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่แม่ลูกสองคน แม้แต่นางเองก็ไม่อาจวางตัวเป็นคนนอกได้
แต่ทางนั้นกลับไม่มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
หนีเซวียนอดร้อนใจไม่ได้ ครุ่นคิดว่ายังมีใครพอช่วยพาซือถูเฉิงออกจากวังได้อีกบ้าง
เจียงฮ่าว
ชื่อของเขาผุดขึ้นมาในหัว ก่อนจะถูกนางปัดทิ้งไปในพริบตา
หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ นางจะดึงคนอื่นมาเดือดร้อนไม่ได้
เหตุใดซือถูเจิงถึงต้องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเอาตอนนี้ด้วย!
