หนีเซวียนส่ายหน้า “ไม่อยากพูดแล้ว”
“โกรธเหรอ?”
“เปล่า”
หนีเซวียนไม่ได้โกรธจริง ๆ
คุณแม่ซ่งบอกว่า จุดเด่นที่สุดของเธอคือการเชื่อฟัง ส่วนสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดก็เป็นการเชื่อฟังเหมือนกัน และบอกให้เธอรักษาข้อนี้เอาไว้
ถึงวันหนึ่งเผ่ยโม่จะหมดความสนใจในตัวเธอ อย่างน้อยเขาก็คงไม่ทำให้เธอลำบากใจ และถือเป็นการชดเชยให้เธอด้วย สุดท้ายเขาจะต้องมอบของสองอย่างที่เธอต้องการให้แน่นอน
หนีเซวียนกับระบบต่างเห็นตรงกันว่าคุณแม่ซ่งพูดมีเหตุผล
ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้พวกเธอก็น่าจะเป็นตัวประกอบหญิงที่ได้เพิ่มบทเข้ามาไม่น้อย พระเอกเป็นของนางเอก พอได้พลังงานมาแล้ว ก็แค่ลบร่องรอยความผิดพลาดที่อาจกลายเป็นระเบิดเวลา เท่านี้ก็นับว่าทำภารกิจสำเร็จและถอนตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
เผ่ยโม่เอนตัวไปด้านหลัง มือใหญ่เลื่อนจากเอวด้านหลังของหนีเซวียนขึ้นไปจนถึงต้นคอ ก่อนจะประคองศีรษะเธอจากด้านล่างให้เงยขึ้น แล้วดึงเธอเข้ามาใกล้เล็กน้อยจนสบตากัน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้กำลังงอนอยู่จริง ๆ
เธอเชื่อฟังเกินไป ไม่โวยวาย ไม่อาละวาด ต่อให้เอ่ยปากขอแล้วไม่ได้ก็ไม่คิดเล่นเล่ห์เพทุบาย
เธอให้ความรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์ที่ดูซื่อ ๆ บางครั้งยังเผยแววสับสนราวกับไม่ใช่มนุษย์ออกมา เหมือนภูตน้อยไร้เดียงสาที่เพิ่งมาเยือนโลกมนุษย์...
จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดลง มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นปิดตาเขาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของเธออบอวลอยู่ในจมูก
“อย่ามองฉัน”
(น่ากลัวจนคน เอ๊ย ระบบ กลัวเลย...)
