“ไปเถอะ”
คุณแม่ซ่งไม่รู้ว่าเดินมายืนข้างหนีเซวียนตั้งแต่เมื่อไร
“ถ้าตอนนี้เอาแฟลชไดรฟ์คืนมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรื่องอื่น ๆ...ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะ”
ในความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมนี้ พวกเธอมีไพ่ในมือไม่มากนักอยู่แล้ว ในเมื่อเผ่ยโม่มองออกหมดแล้ว แทนที่จะดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์ ก็สู้ยอมตามน้ำ บางทีอาจได้ออกจากเกมเร็วกว่านี้ จะได้ไม่ยิ่งดิ้นรนยิ่งถลำลึกลงไปในวังวน
หนีเซวียนหันไปมองเธอ ขณะที่ยังคิดไม่ตกว่า ‘ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ’ หมายถึงอะไร ระบบในหัวก็ชิงตอบขึ้นมาก่อนเสียแล้ว
(คุณแม่หมายถึงอย่าปฏิเสธเวลาคุณเผ่ยโม่อยากมีอะไรด้วยใช่ไหมคะ?)
เสียงของระบบเพิ่งเงียบลง คุณแม่ซ่งก็หยิบกระเป๋าถือของหนีเซวียนมา ยัดของสองชิ้นใส่ลงไปต่อหน้าเธอ ก่อนส่งกระเป๋าคืนพร้อมเอ่ยเสียงเบา
“ถ้าถึงขั้นนั้นจริง ๆ ก็อย่าลืมปกป้องตัวเองให้ดี”
ตราบใดที่ผู้หญิงไม่ตั้งท้องโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก็เริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ
ภายใต้คำใบ้ที่มีความหมายลึกซึ้งของคุณแม่ซ่ง หนีเซวียนพยักหน้าอย่างกระอักกระอ่วน รับกระเป๋าแล้วเดินออกไป
“แม่ไม่รู้สึกเหรอว่าตัวเองย้อนแย้งมาก? ตามหลักแล้ว แม่เคยสอนหนูแบบนั้น ถ้ามีโอกาสสักนิดก็ควรรีบไขว่คว้าไต่เต้าขึ้นไปไม่ใช่เหรอ?”
ในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงแม่ลูกสองคน เสียงของซ่งหยาหนีดังขึ้นจากด้านหลังคุณแม่ซ่ง ทั้งเสียดสีและแฝงความร้ายกาจเต็มเปี่ยม
“หรือว่าความรักของแม่จะมาช้าได้ด้วย? แม่เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนนี้เองเหรอว่าควรรักลูกสาวคนเล็กของแม่? แต่นี่มันสายเกินไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
