เลขาฉีเป็นคนแรกในบริษัทที่แสดงไมตรีต่อหนีเซวียน เธอจึงปฏิเสธคำชวนอย่างกระตือรือร้นของเขาไม่ลง แต่พอขึ้นรถได้ไม่นานก็เริ่มเสียใจ
เธอนึกว่าเป็นรถของเลขาฉีเสียอีก
เธอคิดจะลงจากรถโดยไม่ทันไตร่ตรอง ทว่าคนขับมือไวอย่างเห็นได้ชัด ล็อกรถแล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ทันที
หนีเซวียนมองเลขาฉีจากเบาะหลัง อีกฝ่ายดูมีพิรุธอย่างบอกไม่ถูก เธอขยับไปทางประตูรถราวกับไม่ได้ตั้งใจ
“คะ...คุณเผ่ย สวัสดีค่ะ”
เสียใจอยู่หรอก แต่ก็ยังมีมารยาท
ว่ากันตามตรง สำหรับหนีเซวียนแล้ว เผ่ยโม่เป็นเจ้านายที่ไม่จุกจิกและ “เข้าถึงง่าย” เขาไม่เคยทำให้เธอลำบากใจเลย
แต่ไม่รู้ทำไม หรืออาจเป็นสัญชาตญาณบางอย่าง แค่ต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับเขา เธอก็รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง
