ร้านกาแฟ
หนีเซวียนเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็รีบร้อนเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเธออย่างหอบเหนื่อย
“ขอโทษนะเซวียนเซวียน รถติดระหว่างทาง พี่มาสายแล้ว”
เมื่อเทียบกับความอ่อนโยนฉาบฉวยของหลิงเซียวแล้ว ถังซือที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้จะอธิบายอย่างเร่งรีบด้วยสีหน้าสำนึกผิด น้ำเสียงกลับอบอุ่นอ่อนโยนอย่างที่ซึมซาบมาจากส่วนลึกของหัวใจ
“...ไม่เป็นไรค่ะพี่ถังซือ ฉันเองก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน”
ความรู้สึกหวั่นไหวแปลกใหม่ตรงหัวใจทำให้หนีเซวียนตอบสนองช้าลงไปครึ่งจังหวะ ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นอารมณ์ที่เจ้าของร่างเดิมหลงเหลือไว้
เธอรู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้าง จึงเงยหน้าขึ้นมองถังซือด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ถังซือที่เพิ่งนั่งลงสบตาเธอเข้าก็ชะงัก หัวใจพลันเต้นเร็วขึ้นหลายจังหวะ “เซวียนเซวียน เธอตัดผมแล้วนี่ แล้วแว่นตาของเธอล่ะ?”
“ไม่สวยเหรอคะ? พี่สาวพาฉันไปตัดผม แล้วก็เปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ แถมยังพาไปดูแลผิวที่คลินิกเสริมความงามด้วยค่ะ”
แววตาถังซือฉายประกายตะลึงในความงาม หากเขาไม่คุ้นเคยกับหนีเซวียนดี คงแทบจำเธอไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น...
“หยาหนีเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงดีกับเธอขนาดนี้?”
ถังซือนึกอะไรขึ้นมาได้ แววตาพลันระแวดระวัง “จริงสิ ก่อนหน้านี้เธอบอกพี่ว่าตอนนี้ทำงานอยู่บริษัทเผ่ย เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่?”
“พี่สาวเป็นคนจัดการให้ค่ะ...”
หัวใจถังซือกระตุกวูบ เขาคิดไปไกลในพริบตา แล้วลองหยั่งเชิงถามว่า “เธอให้ทำอะไรหรือเปล่า?”
หนีเซวียนลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้า
แต่แค่เห็นเธอลังเล ถังซือก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว “เซวียนเซวียน อย่าไปฟังเธอนะ คราวนี้พี่ไปต่างประเทศแล้วได้รู้จักจิตแพทย์ที่เก่งมากคนหนึ่ง หยาหนีป่วยอยู่ พวกเราค่อยหาทางพาเธอไปพบหมอกัน”
