ภายในห้องสลัว ซ่งหยาหนีจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า เมาส์เลื่อนไปมา ภาพถ่ายกับข้อความที่แอบอวดความสุขทีละรูปทำให้ความหม่นหมองในดวงตาของเธอปิดบังไว้ไม่มิด
“ติ๊ง”
เสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ดังขึ้น เธอกดรีเฟรชโดยไม่รู้ตัว ภาพมือเรียวงามปรากฏขึ้นตรงหน้า สิ่งที่สะดุดตาที่สุดไม่ใช่ความงามของมือนั้น หากเป็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่บนนิ้วนาง
ซ่งหยาหนีพลันตัวแข็งทื่อ ร่างกายยังคงสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ หรือว่า…
นี่คือบัญชีลับของหลินเหม่ยหยา มีคนรู้เรื่องนี้ไม่มากนัก แต่ราวกับอีกฝ่ายกำลังรอเรื่องนี้อยู่พอดี วินาทีถัดมาก็มีคนคุ้นเคยที่เห็นโพสต์ล่าสุดของหลินเหม่ยหยาเข้ามาแสดงความคิดเห็น
อีกฝ่ายส่งสติกเกอร์กรีดร้องมาหลายตัว ถามหลินเหม่ยหยาว่าใกล้จะมีข่าวดีหรือเปล่า
หลินเหม่ยหยาไม่ได้ตอบตรง ๆ เพียงส่งสติกเกอร์เขินอายปิดปากหัวเราะกลับมา ดูคล้ายยอมรับกลาย ๆ
จากนั้นคนที่ถามก็เหมือนจะตื่นเต้นมาก พิมพ์คำว่า “ยินดีด้วย” ใต้รูปไม่หยุด
ภาพและข้อความเต็มหน้าจอทิ่มแทงดวงตาซ่งหยาหนีจนปวดแสบ ลำคอตีบตันจนทรมาน วินาทีถัดมาเธอก็กรีดร้อง พลางกวาดคอมพิวเตอร์และข้าวของบนโต๊ะลงพื้นจนหมด
“อ๊ากกก! ทำไม ทำไมยัยสารเลวนั่นถึงได้มีชีวิตดีขนาดนั้น?! คนชั่วที่ทำร้ายคนอื่นอย่างมันสมควรตกนรกขุมที่สิบแปด! ทำไมกัน! สวรรค์ตาบอดหรือไง?!!!”
เธอร้องไห้พลางกรีดร้องและทุบขาตัวเอง “ไม่ใช่ ไม่ใช่ มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ฉันไม่ควรเป็นแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะมัน มันทำฉัน! ฉันไม่มีวันปล่อยมันไปแน่!”
