เมื่อจูงซือถูเฉิงกลับมาถึงตำหนักข้าง เถาจือก็ปิดประตูตำหนัก ก่อนทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง
“ท่านป้าเถาจือ?”
ซือถูเฉิงประคองแขนของนางไว้ด้วยความเป็นห่วง
“คุณชายน้อย ท่านทำบ่าวตกใจแทบตายแล้วเจ้าค่ะ”
เถาจือหันกลับมากอดเขา พลางตำหนิตนเองว่า “เป็นความผิดของบ่าวเอง หากบ่าวไม่เผลอหลับไป…”
ซือถูเฉิงส่ายหน้า “ไม่ใช่ความผิดของท่านป้าเถาจือ เป็นข้าที่แอบหนีออกไปเอง กลางวันท่านต้องคอยตามข้า กลางคืนก็ต้องเฝ้าข้า ลำบากมากแล้ว”
น้ำตาของเถาจือไหลพราก ในช่วงเวลาที่อยู่ในวังมานี้ นางไม่เคยหลับสนิทเลยสักคืน ไม่ห่วงฮูหยิน ก็ต้องคอยจับตาคุณชายน้อยอยู่ตลอดเวลา
แต่ฮูหยินฝากคุณชายน้อยไว้กับนาง ทว่าคุณชายน้อยกลับเกือบเกิดเรื่อง ยิ่งคุณชายน้อยรู้ความและเห็นใจนางมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น
ดวงตาของซือถูเฉิงเอ่อคลอด้วยน้ำตา เสียงสะอื้น “ท่านป้าเถาจือ ท่านแม่ไปที่ใดกันแน่ เกี่ยวข้องกับฝ่าบาทจริงหรือไม่?”
เถาจือไม่มีเวลาตำหนิตนเองอีก รีบประคองไหล่ของซือถูเฉิงไว้ “คุณชายน้อย เป็นพระสนมกุ้ยเฟยพูดอะไรกับท่านหรือเปล่า อย่าไปฟังนาง…”
“แล้วท่านแม่ไปที่ใดกันแน่?”
ใบหน้าเล็กของซือถูเฉิงเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เขาดึงดันจะเอาคำตอบให้ได้
เถาจือรู้ดีว่าคำพูดของซือถูจิ้งต้องไม่น่าฟังอย่างแน่นอน ฮูหยินยอมลดราวาศอกทุกอย่างก็เพื่อคุณชายน้อย หากคุณชายน้อยเข้าใจนางผิด ฮูหยินจะเสียใจเพียงใด?
“คุณชายน้อย ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าในโลกนี้ คนที่ฮูหยินห่วงใยที่สุดก็คือท่าน ท่านเป็นจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของนาง สำคัญยิ่งกว่าตัวนางเองเสียอีก
แต่นางเป็นเพียงสตรีที่อ่อนแอคนหนึ่ง เป็นสตรีที่ไม่มีวันได้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง”
