คิดมากจนเกินไปหรือ?
สายตาของเย่เฉินเลื่อนไปหยุดบนใบหน้าของหนีเซวียน เขาปิดบังข่าวคราวของซือถูเจิงจากนาง แปลว่านางไม่มีทางรู้เรื่อง «ข่าวการตาย» ของซือถูเจิง ย่อมไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นแน่
แล้วนางกังวลเรื่องใด คิดถึงผู้ใดกัน?
นอกจากเจ้าตัวเล็กที่แสดงเก่งขึ้นทุกวันนั่นแล้ว ยังจะเป็นใครได้อีก?
เย่เฉินให้หมอหลวงถอยออกไป ก่อนคุกเข่าข้างเตียงแล้วกุมมือหนีเซวียนขึ้นมาแตะริมฝีปาก จุมพิตแผ่วเบาลงบนหลังมือครั้งหนึ่ง สายตายังคงจับจ้องใบหน้านาง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจกลับแสร้งถามว่า
“ฮูหยินเป็นกังวลเรื่องใดกันแน่?”
หนีเซวียนไม่ได้ชักมือกลับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ฟังคำพูดของระบบ หรือเพราะเริ่มชินกับการที่เขาใกล้ชิดสนิทสนมกับนางอยู่ตลอดเวลา ท่าทางที่เคยเผลอแสดงออกคล้ายต่อต้านเหล่านั้น นางก็รับมือได้ดีขึ้นแล้ว
นางไม่ได้เอ่ยตรง ๆ ว่าต้องการให้ซือถูเฉิงมาอยู่ข้างกาย เพียงทอดสายตาเรียบเฉย พลิกฝ่ามือขึ้นแนบแก้มเขาตามน้ำ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
เย่เฉินทั้งแปลกใจทั้งยินดี ดวงตาซ่อนประกายสุขใจที่ยากจะห้ามไว้ไม่มิด เขาถูแก้มกับฝ่ามือนางอย่างออดอ้อน เขาชอบที่นางไม่ต่อต้านทุกการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาอีกแล้ว แม้จะตอบรับเพียงนิดเดียว ก็ทำให้เขาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
เขาลืมเรื่องที่เพิ่งหยั่งเชิงนางไปเสียสนิท คราวนี้ไม่ได้ถามต่อ กลับยอมเอ่ยขึ้นว่า “ช่วงนี้ซือถูเฉิงว่าง่ายขึ้นมาก อีกอย่างเขาก็กำลังจะได้เป็นพี่ชายแล้ว พรุ่งนี้ให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินเถิด ต่อไปจะได้ผูกพันกับน้องในครรภ์ให้มากขึ้น”