เย่เฉินเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เงาร่างเล็กจ้อยราวประทัดก็พุ่งตรงเข้าใส่เขาทันที เขายกมือห้ามหวังผิงกับคนอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามาปกป้อง ก่อนใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะเล็ก ๆ ของซือถูเฉิงที่โถมชนเข้ามาไว้
“ปล่อยข้า เจ้าคนชั่ว! เจ้ามันคนชั่ว ห้ามรังแกท่านแม่ของข้านะ!”
รอยยิ้มที่มักประดับมุมปากของเย่เฉินเลือนหาย แววตาค่อย ๆ ขุ่นมัว “หึ เจ้าตัวเล็กนี่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ”
เมื่อเห็นว่าชนเขาไม่ล้ม ซือถูเฉิงก็ยื่นมือไปคว้ามือใหญ่ที่กดศีรษะตนไว้
แววตาของเย่เฉินฉายความรำคาญ เขาเปลี่ยนจากกดศีรษะเป็นคว้าคอเสื้อด้านหลัง แล้วยกเด็กน้อยขึ้นมาไว้ตรงหน้า สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะกระตุกมุมปาก
“อย่างไร เกลียดเราหรือ?”
ซือถูเฉิงจ้องเขาเขม็ง “ใช่ ข้าเกลียดท่าน! ท่านรังแกท่านแม่ของข้า ถ้ามีโอกาส ข้าจะฆ่าท่านให้ได้!”
หวังผิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหงื่อกาฬไหลพราก อยากพุ่งเข้าไปปิดปากเล็ก ๆ ของซือถูเฉิงเสียเหลือเกิน
“อืม ซื่อตรงดี เราชอบเด็กที่ซื่อตรง”
เย่เฉินเอ่ยชม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แต่ทำเช่นนี้ไม่ถูก รู้หรือไม่?
ต่อหน้าคนที่เกลียด คนที่คิดจะฆ่า เจ้าไม่ควรแสดงออกมาตั้งแต่ยังอ่อนแอ หากทำเช่นนั้นก็โง่เกินไป
เพราะเราเกลียดคนที่อาจเป็นภัยคุกคามที่สุด
เพราะฉะนั้น เจ้าตัวเล็ก ชาติหน้าก็ไปเกิดในครอบครัวดี ๆ เถอะ”
เขาออกแรงที่ข้อมือ คว้าต้นคอของเด็กน้อย เตรียมเหวี่ยงลงกับพื้นหินเขียว
เมื่อคำพูดของเขาสิ้นสุดลง หวังผิงก็หลับตาลงอย่างทนดูไม่ได้
